เปิดตำนาน ”Flag Lieutenant”

เปิดตำนาน ”Flag Lieutenant”
จาก “นายธง” แห่งราชนาวีไทย
นายเวรวิเศษ
นายทหารคนสนิท
จนถึง นายธงหญิง
ทส. และ ทส.หญิง
และ สัญลักษณ์ สายโยง ไหมทองสลับไหมดำ1เส้น
“สาย ทส.-สายนายธง”

เนื่องในวันอาภากร 19 พฤษภาคม …. ในกองทัพเรือ มีการแชร์ภาพนี้ ที่ไม่ค่อยได้เห็นที่ไหน

“เสด็จเตี่ย” พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ฉายพระรูปคู่ กับ​นายธง คือ​ ร.ต.เหลียง สุนาวิน (ยศสุดท้าย พล.ร.ท.หลวงสุนาวินวิวัฒ)

อันเป็นการบ่งบอกว่า ตำนาน ของ นายธง (Flag lieutenant) ของทหารเรือ นั้น มีมายาวนานมากแล้ว

มักจะเข้าใจว่า เพื่อทำหน้าที่คอยรับใช้งานต่าง ๆ ของนายทหารชั้นนายพลเรือ

แต่ ตามประวัติความเป็นมา…ระบุว่า เมื่อครั้งที่สมัยเรือรบ ยังไม่มีวิทยุสัญญาณโคมไฟ และธงสองมือ การสื่อสารส่วนใหญ่ใช้วิธีชักธงสัญญาณ (เหมือนกับธงประมวลในปัจจุบันนี้) เป็นคำ ๆ ไป

และมีนายทหารสัญญาณ (Flag Signal Officer) เป็นผู้คอยรับผิดชอบ ซึ่งต้องทำงานที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้บังคับการเรือตลอดเวลา

นอกจากมีหน้าที่ชักธงสัญญาณแล้ว ยังต้องทำหน้าที่การสื่อสารซึ่งอยู่ใกล้ชิดติดต่อกับผู้บังคับการเรืออยู่เสมอ

ในราชนาวีไทย ก่อนที่จะมีตำแหน่ง”นายธง” เกิดขึ้น คงมีตำแหน่งราชองครักษ์ ปฏิบัติหน้าที่ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการประจำตัวผู้บัญชาการทหารเรือ

ต่อมาในภายหลังได้เปลี่ยนตำแหน่งราชองครักษ์ มาเป็นตำแหน่งเลขานุการ มีหน้าที่ดำเนินการตามคำสั่งรับใช้ผู้บัญชาการทหารเรือ และปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในเวลาราชการแต่เพียงอย่างเดียว ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหนังสือก็ให้เป็นหน้าที่ของกรมปลัดทัพเรือ

ครั้นถึงในสมัย นายพลเรือเอก สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ขณะทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือในสมัยนั้น มีพระดำริว่า ในกรมบัญชาการกระทรวงทหารเรือควรมีตำแหน่ง “นายเวรวิเศษ” เหมือนกระทรวงอื่น ๆ และนายทหารซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ตั้งแต่ผู้บัญชาการกรมขึ้นไปบางตำแหน่ง ควรมีนายทหารสัญญาบัตร เป็นนายธงประจำตัว เพื่อสะดวกในการปฏิบัติราชการ

ดังนั้น จึงทรงตราข้อบังคับทหารเรือว่าด้วย หน้าที่นายเวรวิเศษและนายธงขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม ร.ศ.131 (พ.ศ.2455)

โดยกำหนดคุณสมบัติและหน้าที่ไว้ดังนี้.

ต้องเป็นนายทหารเหล่าเดินเรือ หรือเหล่าพลรบฝ่ายบก ต้องเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร แต่มียศไม่สูงกว่านาวาตรีขึ้นไป
ผู้ที่เป็นราชองครักษ์จะมีตำแหน่งเป็นนายธงด้วยไม่ได้
ผู้บังคับบัญชาทหารเป็นนายพลเท่านั้นจึงจะมีนายธงประจำตัวได้
ผู้บังคับบัญชาทหารตำแหน่งใดจะมีนายธงประจำตัวแล้วแต่กระทรวงทหารเรือจะได้มีคำสั่งอีกชั้นหนึ่ง

นายธง มีหน้าที่ -ต้อนรับผู้ซึ่งมีความประสงค์จะยื่นเรื่องราว หรือพบสนทนาข้อราชการกับนายพลผู้ซึ่งตนประจำ
-ไปในการเยี่ยมคำนับ หรือในการอื่น ๆ แทนตัวนายพลในเมื่อนายพลมีคำสั่ง
-ดำเนินการตามคำสั่งของนายพลไปสั่งราชการแก่เจ้าหน้าที่หรือไปสนทนาข้อราชการแก่เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่นายพลจะได้สั่ง
-ทำการงานอื่น ๆ แล้วแต่นายพลซึ่งตนเองประจำอยู่จะสั่ง

เมื่อได้ตราข้อบังคับขึ้นใช้แล้ว จึงได้ตราข้อบังคับว่าด้วย สายโยงเครื่องหมาย “นายเวรวิเศษ”และ”นายธง”ขึ้น ให้นายเวรวิเศษและนายธงมีสายโยง 1 เส้น ทำด้วยไหมทองสลับไหมดำขนาดย่อมโยง ปลายสายทั้งสองจากบ่ายศข้างขวา นายเวรวิเศษให้โยงจากบ่ามาอกรวบท้องโค้งแห่งสายนั้น แขวนไว้ที่ดุมเสื้อที่ 1 ข้างบน

ส่วนนายธงให้คล้องใต้แขนห้อยไว้ ถ้าสวมเสื้อไม่มีบ่ายศให้มีแผ่นผ้าสีดำรูปตามแบบของกระทรวงทหารเรือติดที่บ่าเสื้อข้างขวาแทนบ่ายศ

และบนแผ่นผ้านั้นให้มีเครื่องหมายสังกัดและเครื่องหมายประเภทราชการไว้ด้วย นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ใช้สายโยงตำแหน่งกับเครื่องแบบชนิดต่าง ๆ ไว้อย่างละเอียดอีกด้วย

ต่อมา นายพลเรือเอก กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงพิจารณาเห็นว่าข้อบังคับดังกล่าวข้างต้นกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาชั้นผู้บัญชาการกรมขึ้นไปที่มียศนายพลเท่านั้น จึงจะมีนายธงประจำตัวได้

แต่ ผู้บังคับบัญชาบางคนที่ดำรงตำแหน่งนั้น ๆ ยังไม่ได้เป็นนายพลไม่สามารถที่จะมีนายธงได้ จึงทรงตราข้อบังคับทหารเรือเพิ่มเติมเสียใหม่ ให้มีตำแหน่ง “นายทหารคนสนิท” ขึ้นอีกสำหรับประจำตัวผู้บัญชาการกรม ซึ่งมียศต่ำกว่าชั้นนายพล มีหน้าที่เหมือนนายธงทุกประการ และให้เป็นนายทหารพรรคนาวินหรือพรรคนาวิกโยธิน มียศไม่สูงกว่าเรือเอก

และกำหนดให้ใช้สายโยงหมายตำแหน่งนายทหารคนสนิทสายไหมทองล้วน 1 เส้น มีขนาดเทากับสายเกลี้ยงแห่งสายหมายตำแหน่งราชองครักษ์ ให้โยงจากปลายสายทั้งสองจากบ่ายศข้างขวาไปสอดคล้องใต้แขนห้อยไว้ ตำแหน่งนายทหารคนสนิทจึงเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2465 เป็นต้นมา หลังจากมีตำแหน่งนายธงแล้วประมาณ 10 ปี

ในปัจจุบันกองทัพเรือ มีตำแหน่งนายธง เพียงตำแหน่งเดียว ที่ปฏิบัติหน้าที่ ให้กับนายทหารชั้นยศนายพลเรือตรีขึ้นไป ที่มีอัตรากำหนดให้มีนายธงได้

นายธงจะมีชั้นยศตั้งแต่ ร.ต. – น.อ. เป็นนายทหารพรรคนาวิน พรรคนาวิกโยธิน

สำหรับนายธงที่ปฏิบัติหน้าที่ภายนอกกองทัพเรือ อาจจะเป็นนายทหารมาจากพรรคใดก็ได้ แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาในชั้นยศนั้น ๆ จะคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมทำหน้าที่นายธง

ไม่แค่นั้น ยังมี “นายธงหญิง” ด้วย แต่ไม่เรียก นางธง แต่เรียก นายธงหญิง หรือ ธงหญิง โดยกองทัพเรือ เป็นเหล่าทัพ ที่นิยม มี นายทหารคนสนิท เป็นผู้หญิง หรือ นายธงหญิง มากกว่าเหล่าทัพอื่น เพราะผู้หญิง มีความละเอียดรอบคอบ เสมือนว่า ทำหน้าที่เลขานุการ ได้ดีกว่า

ต่อมา ในปัจจุบัน ทั้งนายทหารกลาโหม บก.ทัพไทย มี นายธงหญิง หันมากขึ้น ทั้งที่เป็น ทหารบกหญิง และ ทหารเรือหญิง เพราะ กลาโหม และ บก.ทัพไทย มีกำลังพล ทั้ง3 เหล่า บางครั้ง นายพล เป็นทหารบก แต่มี นายธงหญิง เป็นทหารเรือ ก็มี

ส่วน กองทัพบก ก็เริ่มมี นายทหารหญิงติดตาม แต่เรียกว่า “ทส.หญิง”

นายทหาร ที่ได้รับการเลือกเป็น ทส. หรือ นายธง ไม่ว่าจะชายหรือ หญิง
มัก จะเป็นนายทหารมีลักษณะท่าทาง ดี สง่างาม สมาร์ท โปรไฟล์ดี เรียนเรียนเก่ง ฉลาด มีไหวพริบ และมักจะหน้าตาดี ทั้งหล่อ และ สวย บ้างก็เป็น ลูกนายทหารชั้นผู้ใหญ่ หรือ รู้จักกับครอบครัว แต่ดูแล้วมีแวว. ขณะที่ หลายคน จบจากต่างประเทศ ถือว่าเป็นตำแหน่งหน้าที่ ที่จุกจิก และก็สำคัญ และต้องรู้ใจ “นาย” มากที่สุด

:ราชนาวิกสภา
:จอมยุทธ์
Fb.Wassana Nanuam