มี CoViD ชีวิตเปลี่ยน !!

 

“แม่ทัพภาค 4”
พบปะ ผู้นำศาสนา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
ขอความร่วมมือ บอกต่อ พี่น้องมุสลิม
ปรับวิถีชีวิต และการละหมาด
หลัง “จุฬาราชมนตรี” ออกประกาศ
ไม่ใช้น้ำละหมาดร่วมกัน
ไม่ปูพรมในมัสยิด
ไม่ละหมาดติดกัน
ไม่ให้ผู้ที่มีอาการป่วย อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
ไม่สัมผัส สวมกอด ให้ใช้การยกมือขวา และกล่าวให้ สลาม แทน

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4/ผอ.รมน.ภาค 4 พบปะชี้แจง และทำความเข้าใจต่อผู้นำศาสนาในเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (CoViD-19) ที่ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 3 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา

โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดคณะกรรมการอิสลามประจำอำเภอ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมพูดคุยหารือ

แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้แจงสร้างความเข้าใจเรื่องมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 แก่ผู้นำศาสนา ในด้านสถิติการแพร่กระจาย หากไม่มีการควบคุมจะทำให้การแพร่ระบาดจะขยับเป็นตัวเลขที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับหลายประเทศในแถบยุโรป

โดยขอความร่วมมือในการอยู่บ้านเพื่อหยุดการเดินทางของเชื้อด้วยมาตรการที่ควรใช้ในแต่ละระยะของโรคระบาด คือ มาตรการที่ควรใช้ในแต่ละระยะของโรคระบาด

ระยะที่ 1 : ปิดกั้นการเดินทางของเชื้อ/ ปิดด่านชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
ระยะที่ 2 : แยกผู้ติดเชื้อ/ คัดกรอง,วัดไข้ ,กักกัน ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ/ ติดพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด
ระยะที่ 3 : ปิดประเทศ ปิดเมือง เก็บตัว ระยะเวลา 2 – 3 สัปดาห์ เผื่อการกระจายของเชื้อ

แม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า เพื่อให้ทุกท่านได้ไปสื่อสารต่อกับพี่น้องประชาชนถึงการเฝ้าระวัง และให้ปฏิบัติตามประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรี และหน่วยงานราชการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดแจ้งเตือนและกระตุ้นให้ทุกคนเกิดความตระหนักโรคติดต่อจะไม่ติดต่อถ้าเรา
ไม่รวมกลุ่ม
ไม่กินข้าวนอกบ้าน
ไม่ไปสถานบันเทิง
ไม่ไปในที่แออัด
ยกเลิกกิจกรรมที่คนหมู่มากมาอยู่ร่วมกัน
กินร้อน
ช้อนส่วนตัว
เว้นระยะห่าง

ซึ่งทั้งหมดนี้ให้เราช่วยกันเป็นการขอความร่วมมือเพื่อไม่ให้เชื้อระบาดเป็นตัวเลขที่มากขึ้น

หากถึงเวลานั้นแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ หรือ อุปกรณ์การรักษาอาจมีไม่เพียงพอ เราเลือกได้ว่าจะอยู่ในกลุ่มไหน คุมได้ หรือไม่ได้

นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือผู้นำศาสนาสร้างความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชน 5 เรื่อง คือ

1.ไม่ใช้น้ำละหมาดร่วมกัน (กอเลาะห์)
2. ไม่ปูพรมในมัสยิด
3. ไม่ละหมาดติดกัน
4.ไม่ให้ผู้ที่มีอาการป่วย อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
5. ไม่สัมผัส สวมกอด ให้ใช้การยกมือขวา และกล่าวให้ สลามแทน ฝ

และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 เพื่อช่วยทั้งตัวเราและรับผิดชอบต่อสังคม เราจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ด้านคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ประจำอำเภอ ผู้นำศาสนา ทั้ง 3 จังหวัด ไม่ได้นิ่งนอนใจในสถานการณ์ดังกล่าว ต่างตอบรับยินดีและเห็นด้วยในความร่วมมือถึงมาตรการการป้องกัน เฝ้าระวัง และมีการติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ

โดยจะไปเน้นย้ำทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาตรการป้องกันตามประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรี ทุกคนพร้อมร่วมมือกันปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค