เตรียม เตียง รพ.ทหาร 2,000เตียง พร้อมรับ ผู้ป่วย CoViD หลัง ตัวเลข ผู้ติดเชื้อ พุ่งสูงปริ๊ด!!

 

กลาโหม เร่งระดมทรัพยากรกองทัพ สนับสนุน สธ. รับมือCOVID -19 แพร่หนัก เผย หน่วยทหาร-กองพันทหารเสนารักษ์ พร้อม รองรับ ผู้ป่วยระดับ 1 และ 2 ได้ 2,000 เตียง / พร้อม
“ร่างแผนเผชิญเหตุรองรับ COVID-19 กรณีเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล “ เสนอ ศูนย์CoViD ใหญ่ ของนายกฯ

ที่กลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้เรียกประชุมหน่วยงานภายใน กห. ติดตามและรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID – 19 รวมทั้งมาตรการต่างๆของรัฐ กทม.และจังหวัดต่างๆที่ออกมาเพิ่มเติม เพื่อประเมินความพร้อมทรัพยากรของ กห.ในการสนับสนุน สธ.รับมือกับปัญหา โดยมีการ Video teleconference
มาจาก เหล่าทัพต่างๆ

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า ภาพรวม กห.โดยทุกเหล่าทัพ ยังคงความต่อเนื่องในการสนับสนุน สธ.รับมือกับวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID – 19

โดยจัดกำลังพลและบุคลากรทางการแพทย์กระจายเข้าไปช่วยเหลือคัดกรองผู้โดยสารจากท่าอากาศยานหลักและภายในประเทศ

พร้อมทั้งได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม เข้าไปช่วยคุมเข้มคัดกรองการผ่านเข้าออกในทุกช่องทางของด่านชายแดน 13 แห่ง ทั้งทางบกและทางน้ำ

โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวมากขึ้น

รวมทั้งได้สนับสนุนกำลังพลและยานพาหนะ เข้าไปช่วยเสริมการผลิตและกระจายขนส่งหน้ากากอนามัยจากโรงงาน ไปยังสถานพยาบาลต่างๆ

ขณะเดียวกัน ยังคงการสนับสนุนและจัดหาพื้นที่ควบคุมโรคส่วนรวมเพิ่ม

พร้อมทั้งเตรียมพื้นที่หน่วยทหารและกองพันทหารเสนารักษ์รองรับ ผู้ป่วยระดับ 1 และ 2 จำนวน 2,000 เตียง

นอกจากนั้นได้เตรียมโรงพยาบาลทหารทั้งส่วนกลางและภูมิภาค 13 แห่ง รองรับผู้ป่วยระดับ 3 สนับสนุนการทำงานของ สธ.ในการบริหารจัดการภาพรวม

ขณะที่ปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนและฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะ ยังคงดำเนินการต่อเนื่องกันไป

ทั้งนี้ พล.อ.ชัยชาญ รมช.กห. ขอให้เร่งประสานกับ สธ. ร่วมจัดทำความสมบูรณ์ของ “ร่างแผนเผชิญเหตุรองรับ COVID-19 กรณีเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล “ จากบทเรียนการฝึกร่วมที่ผ่านมา

โดยให้เสนอรัฐบาลทราบแผนดังกล่าว เพื่อให้ กทม. โดย “ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรด้านการแพทย์ กทม.” ใช้บริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์และควบคุมโรคในภาวะเผชิญเหตุ

พร้อมกันนี้. ขอให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนทรัพยากรอย่างเต็มกำลังและทำงานร่วมกับ สธ.และส่วนราชการต่างๆใกล้ชิดมากขึ้น.

พร้อมทั้งกำชับ ขอให้ความสำคัญในการดูแลปกป้องกำลังพลและครอบครัว โดยให้กำหนดมาตรการคุมเข้มการป้องกันการแพร่ระบาดภายในหน่วยทหารและที่พักอาศัยของหน่วยทหาร ย้ำกำลังพลต้องมีวินัย รู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบตนเองและสังคมอย่างจริงจัง

………….