จัดทำแผนรับวิกฤติ CoViD-19 พร้อมรองรับผู้ป่วยพุ่ง

 

กลาโหม เปิดยุทธการ ระดมสมองทหาร-แพทย์ สธ. -จิตอาสา-จัดฝึกTableTop ทำแผนรองรับวิกฤติCoViD-19
ฝึก จำลองสถานการณ์ รับมือ วิกฤติ ทางการแพทย์ การจัดสรร และระดมทรัพยากรทางการแพทย์
ยัน พร้อมรับ ผู้ติดเชื้อ
ได้ ตั้งแต่ 1,000-5,000 คน
เล็งเปิดค่ายทหาร-สนามบิน ตั้ง เป็นโรงพยาบาลสนาม
ฝึกการสื่อสาร ประสานงาน เช็คเตียง ส่งต่อผู้ป่วย
ขอให้มั่นใจ เชื่อมั่น

กลาโหม-สาธารณสุข นำทีมฝึกจำลองสถานการณ์ รับมือ วิกฤติ ทางการแพทย์ การจัดสรร และระดมทรัพยากรทางการแพทย์ จากสถานการณ์ CoViD-19 ในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล

พลเอก ณัฐ อืนทรเจริญ ปลัดกลาโหม พร้อม พล ร.อ. ประวิตร รุจิเทศ ผอ.ศอญ. จิตอาสาพระราชทานฯ. พร้อมด้วย กระทรวงสาธารณสุข .และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาสังคม จัดการฝึก ร่วมจำลองสถานการณ์ เตรียมความพร้อมรับการพัฒนาของสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อให้แต่ละฝ่าย รู้หน้าที่ความรับผิดชอบ การตืดต่อประสานงาน การสื่อสาร เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติ ด้านโรคระบาด ภายใน 3 ชม. ได้ ฝึกแผน การจัดสรรและระดมทรัพยากรทางการแพทย์ ในยามวิกฤติ มีแผน และ สถานการณ์สมมติต่างๆ

โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมแพทย์ทหารบก กรมแพทย์ทหารเรือ และกรมแพทย์ทหารอากาศ ร่วมฝึกด้วย

นายแพทย์ พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าในวันนี้ มีข้อมูลผู้ติดเชื้อCoVid-19 รายใหม่ เพิ่มอีก 35 คน และยืนยันว่า ขณะนี้ยังมีความสามารถ รองรับ ทั้งจำนวนเตียงและห้องพัก ของผู้ติดเชื้อCoViD-19

ซึ่งการฝึกร่วมกับกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ หากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

โดยมีการทำแผนรองรับ สถานการณ์ ในแต่ละระดับ จาก1,000 คน ไป จนถึง 5,000 คน

ขณะนี้มีผู้ป่วยอาการหนักใน สถานการณ์จริงที่ต้องแยกอยู่ในห้องที่มีความดันเป็นลบ อยู่จำนวน 3 คน

แต่ ตามหลักการ แล้ง แต่ละ รพ. จะต้องจัดเตรียมห้อง รองรับผู้ป่วยอาการหนักให้ได้ 5 % และผู้ป่วยอาการปานกลาง
15 % ส่วนผู้ป่วยทั่วไปซึ่งอาการไม่หนักมากจะต้องรับให้ได้ 80 %

โดยการฝึกซ้อมครั้งนี้ยังถือเป็นความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลรัฐ และเอกชน เพื่อประสานงานในการรับผู้ติดเชื้อ หากมีจำนวนสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยอาการหนักที่จะต้องสื่อสาร และต่อให้ได้ภายใน 3 ชั่วโมง

เพราะที่ผ่านมายอมรับว่า ไม่สามารถสั่งการโรงพยาบาลเอกชน ได้จึงต้องใช้กลไกของสมาคมโรงพยาบาลเอกชนในการประสานงาน

พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์. โฆษกกระทรวงกลาโหม. ยืนยันว่า มี ความพร้อมของหน่วยแพทย์สังกัดกระทรวงกลาโหมว่า หลังจากนี้ โรงพยาบาลทหาร จะปรับให้มีขีดความสามารถ เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะโรครองรับสถานการณ์CoVid–19

และหากมีผู้ป่วยจำนวนเพิ่มขึ้นกได้เตรียมสถานที่ จะตั้งเป็น โรงพยาบาลสนาม

ซึ่งเบื้องต้นจะใช้พื้นที่ค่ายทหาร เช่นมณฑลทหารบก ต่างๆ รวมถึงหน่วยทหารในกรุงเทพฯ และสนามบินก็สามารถปรับเป็นโรงพยาบาลสนามได้

พร้อมทั้งขอให้เชื่อมั่น และ มั่นใจ การทำงานของรัฐบาล ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงสาธารณสุข และขอให้ประชาชน ปฏิบัติตามข้อกำหนดรวมไปถึงข้อบังคับต่างๆ รับผิดชอบตัวเองและ ต่อ สังคม