“กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” แจง เหตุปะทะ บนเทือกเขาตะเว เจาะไอร้องนราธิวาส “ผกร.”ตาย6 มีหมายฯ ยันดูแลครอบครัว-ทำพิธีศพให้ เผย พบ ปืน 10 กระบอก ทั้ง M16- 5 กระบอก, ปืน Hk33, ปืน Ak47 ปืนลูกซอง และปืนพก และ ระเบิดแสวงเครื่อง ไปป์บอมบ์ 8 ลูก, วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง เป้สนาม 15 ใบ

 

พลโท สมพล ปานกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 , นายยะห์ยา ปะนาฆอ ปลัดจังหวัดนราธิวาส, พันตำรวจเอก สุธน สุขวิเศษ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และ พันเอก ไพศาล หนูสังข์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ร่วมแถลงข่าว
ความคืบหน้ากรณีเหตุปะทะคนร้ายเสียชีวิต 6 รายบนเทือกเขาตะเว บ้านไอสะเตียร์ หมู่ 8 ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

โดยได้นำของกลางพร้อมวัตถุพยานที่รวบรวมได้ในที่เกิดเหตุมาแถลงข่าว

พลโท สมพล กล่าวถึงความคืบหน้าว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 6 ราย

แม้เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตาม แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากการยิงใส่ก่อน

จึงจำเป็นต้องตอบโต้จนนำไปสู่การสูญเสียดังกล่าว

ทั้งนี้ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเข้าช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมและอำนวยความสะดวกในการจัดการศพผู้เสียชีวิต ตามหลักศาสนาที่ถูกต้องอย่างดีที่สุด

พร้อมกับสร้างความเข้าใจกับผู้นำ 4 เสาหลัก และประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องของ
เหตุการณ์เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำไปบิดเบือนโจมตีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดังที่เคยปรากฏมาอย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา

โดยในห้วงเวลาเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้มีการปะทะกับคนร้ายที่เหลืออีกหลายระลอก

และภายหลังเหตุการณ์สงบจึงเข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยพิสูจน์หลักฐานและส่วนที่เกี่ยวข้องขึ้นมาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจนแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 18.00 น.

ก่อนช่วยกันลำเลียงศพผู้เสียชีวิตลงมาตรวจชันสูตร ที่โรงพยาบาล แต่การดำเนินการเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าภูเขาและต้องปิดไฟเดินในห้วงเวลากลางคืนเพื่อป้องกันถูกซุ่มโจมตี

โดยเจ้าหน้าที่สามารถนำศพลงมาถึงโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เมื่อ 24 ก.พ. 2563 เวลาประมาณ 04.00 น. และได้ทำการตรวจชันสูตรและยืนยันตัวบุคคลก่อนให้ญาติรับไปประกอบพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว

สำหรับคนร้ายอีก 1 ราย ที่เสียชีวิตจากการปะทะเพิ่มเติม เมื่อ 24 ก.พ. 63, 16.45 น. ญาติรับไปประกอบพิธีตามศาสนาเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 25 ก.พ. 63, 05.00 น.

ทั้งนี้สามารถยืนยันผู้เสียชีวิตได้ ดังนี้ นายมูฮามะซุลกิฟลี สือแม 131 หมู่ 2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 3 หมาย เคยร่วมก่อเหตุบุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เมื่อ 13 มี.ค. 2559 ,

นายยากี เวาะงอย 328/5 หมู่8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 2 หมาย

นายอาดฮาร์ สะอิ 201/2หมู่ 9 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 1 หมาย ,

นายมากะรูดิง อูเซ็ง 7/2 หมู่ 4 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ ไม่มีหมายจับ ต้องสงสัยเหตุยิงก่อกวนกองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อ 4 ม.ค. 63 ,

นายเจ๊ะลีมา ลาเต๊ะบือริง 5/1หมู่ 5 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส.พฤติกรรม : ไม่มีหมายจับ ต้องสงสัยยิงก่อกวนใส่กองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อ 4 ม.ค. 63

นายอาแว สามะ 278/1 หมู่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา 3 หมาย (ปะทะ 24 ก.พ. 63, 16.45 น.)

จากการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง 6 ราย พบว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการและปฏิบัติการในพื้นที่ มีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 9 หมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุสำคัญในพื้นที่หลายเหตุการณ์ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริสุทธิ์มาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดอาวุธปืนชนิดต่างๆ รวม 10 กระบอก ประกอบด้วย ปลย.M16 จำนวน 5 กระบอก, ปืน Hk33 จำนวน 1 กระบอก, ปืน Ak47 จำนวน 1 กระบอก, ปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก และปืนพก จำนวน 2 กระบอก

นอกจากนี้ยังยึดระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ 8 ลูก, วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง และเป้สนาม 15 ใบ ซึ่งภายในบรรจุสัมภาระ และสิ่งยังชีพอีกหลายรายการ ซึ่งจะทำตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงคดีและเครือข่ายคนร้ายต่อไป

ซึ่งจากประวัติและพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายรวมของกลางที่ตรวจยึดได้ในที่เกิดเหตุบ่งชี้ว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะเตรียมการลงมาก่อเหตุในพื้นที่แต่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ก่อน ทำให้สามารถระงับยับยั้งการสูญเสีย
ขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้

พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สรุปผลการแถลงข่าวดังนี้ว่า ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันถึงความชอบธรรมในการปฏิบัติของทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ คือเป็นการขยายผล การเข้าโจมตีชุดคุ้มครองตำบลร่มไทร อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องติดตามคนร้ายเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของคนร้ายมีความชัดเจนว่า ผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มีประวัติการก่อเหตุอย่างโชกโชน

ซึ่งทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงยืนยันดำรงความมุ่งหมายในการปฏิบัติงาน คือ การปฏิบัติงานด้วยความเข้าใจโดยใช้เวทีสภาสันติสุขตำบลสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อเสนอต่อคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการและเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่หนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข , ดำรงความมุ่งหมายในการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ที่กระทำผิดกฎหมายไทยและยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงผิดได้เข้ามามอบตัวต่อทางเจ้าหน้าที่เพื่อต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม

,ดำรงความมุ่งหมายในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสของกลุ่มคนร้ายตามสายตรงแม่ทัพหมายเลข 061-1 732999

และสุดท้ายคือดำรงความมุ่งหมายในเรื่องของการตัดวงจรการสนับสนุน เช่นเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ด้วยการออกประกาศไม่ให้พี่น้องประชาชนขึ้นไปบนพื้นที่ป่าเขา

แต่หากมีความจำเป็นขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบก่อนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อเป็นการตัดวงจรการสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในทุกรูปแบบ และสำหรับผู้ใดที่ให้ที่พักพิง ซึ่งถือว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุน ก็จะมีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ก่อเหตุรุนแรง