สร้างนิคม อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

 

“ปลัดกลาโหม”เผย แผน “สร้างนิคม อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” หาพื้นที่ตั้งโรงงาน ที่ชลบุรี-กาญจนบุรี ร่วมมือ เอกชน-ต่างประเทศ พัฒนา-ผลิต อาวุธ…..ชื่นชม ทอ. พัฒนาจนผลิตเอง ทั้งUAV-RTAF-U1 และร่วมพัฒนา F5th หนุนพัฒนาDrone-UAV ติดอาวุธ

ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดสัมมนาทางวิชาการกองทัพอากาศ Royal Thai Air Force Symposium 2020 เพื่อสร้างความเข้าใจการกำหนดทิศทางการพัฒนากองทัพอากาศ และการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะนำไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่เป็นรูปธรรม

โดยมี พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ต้อนรับ

พล.อ.ณัฐ กล่าวว่า ตนรู้จักกับผบ.ทอ.มาตั้งแต่เด็กเพราะเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20 รุ่นเดียวกัน เห็นความตั้งใจในการพัฒนากองทัพอากาศให้ก้าวหน้า ทันสมัย พร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบ

ผบ.ทอ.มีความคิดพัฒนากองทัพอากาศให้เจริญก้าวหน้าต่อเนื่องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงที่เสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศและความสงบสุขเพื่อประชาชน

ขณะที่ยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ เป็นความท้าทายที่กองทัพต้องเผชิญคือเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าทุกวินาที มีการพัฒนารวดเร็ว มีราคาสูง เราต้องปรับเขี้ยวเล็บของเราภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด เพื่อเสริมสร้างกองทัพ บริบทปัจจุบันเราต้องคิดใหม่ ทำใหม่ปรับเปบี่ยนวิธีการ ต้องร่วมมือและร่วมทุนกับหลายประเทศ

พล.อ.ณัฐ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมหลายประเทศก็ปรับเปลี่ยนวิธีการในการประสานงานกับประเทศไทย ในส่วนของยุทโธปกรณ์ต้องมีความร่วมมือและร่วมทุนมากขึ้น

รวมถึงภาครัฐและภาคเอกชนมีความสำคัญต้องผนึกกำลังและบูรณาการ ซึ่งกองทัพอากาศประกาศชัดเจนว่ามีแนวทางพัฒนากองทัพอย่างไร

สิ่งนี้เป็นนโยบายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และรมว.กล่โหม ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศS Curve11 เพื่อเป้าหมายสำคัญคือเราต้องพึ่งพาตนเอง

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องจนปัจจุบันกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพสามารถผลิตยุทโธปกรณ์ได้เองหลายรายการ

ปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีพ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศรองรับ เรื่องนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างกฎหมายลูก ขึ้นมาเพื่อรองรับให้เป็นรูปธรรมต่อไป

ตอนนี้ กระทรวงกลาโหมอยู่ระหว่างหาพื้นที่เพื่อสำรวจพื้นที่ใหม่จัดทำนิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศใหม่ เช่น ที่จ.ชลบุรี จ.กาญจนบุรี เราต้องเดินหน้าต่อไปให้เป็นรูปธรรม

ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นเพื่อเดินหน้า และประสานงานบูรณสการการทำงานที่เป็นเรื่องสำคัญ กระทรวงกลาโหมมีศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ กรมการพลังงานทหาร ซึ่งได้พัฒนาสิ่งที่ได้ผลิตขี้นมาให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ดินระเบิด กระสุนปืนเล็ก กระสุนปืนใหญ่ 155 มม.และ120 มม.อัตตาจร ซึ่งต้องพัฒนาต่อไป และในอนาคตเราต้องผลิตได้เอง

พลเอกณัฐ เผยว่า หารือ ผบ.ทอ. พัฒนา เป็น UAV ติดอาวุธ เพิ่มประสิทธิภาพ ด้วย กลัองที่ถ่ายได้ละเอียด ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ ทอ.ได้พึ่งพาตนเอง ในหลายเรื่อง เช่นการพัฒนา อากาศยานไร้คนขับ UAV RTAF -U1 ตนเองได้ไปเยี่ยม ฝูงบิน 404 วัฒนานคร UAV -U1 โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพ ติด กล้องถ่ายชัดเจนขึ้น ให้ติดอาวุธ ให้UAV สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

อีกทั้งจัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่”ขึ้นมา

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน มีศูนย์บูรณาการข้อมูลยุทโธปกรณ์จากทั่วโลก”พล.อ.ณัฐ กล่าว