Culture ทัพฟ้า กฏเหล็ก “ผบ.ทอ.” ย้ายออกก่อนเกษียณ7 วัน ไม่มีอยู่ยาว หรืออยู่ถาวร เสียสละบ้าน บ้านพ่อ ไม่ใช่ส่งต่อให้ลูก หนุน มีบ้านของตัวเอง ก่อนเกษียณ

 

“ผบ.ทอ.” ยันพูดได้เต็มปาก ทอ.ไม่มีปัญหา นายพลเกษียณ ยังอยู่บ้านหลวง เพราะเราสร้างระบบกันไว้ยาวนาน ชี้ยุคนี้ ให้ขนของออกจากบ้านหลวง 7 วันก่อนเกษียณ และคืน บ้านวันเกษียณ
ชี้ ให้ ทหารอากาศใหม่ เงินเดือนน้อย มาอยู่บ้านหลวง เมื่อโตขึ้นหน่อย ก็ให้ออก แล้วให้ คนใหม่ เข้ามาแทน. เพราะยศสูงขึ้นเงินเดือนมากขึ้น ก็ออกไปเตรียมหาบ้านผ่อนบ้านของตัวเอง
เผย มีบ้านตำแหน่ง แต่เมื่อพ้นตำแหน่ง ก็ต้องย้ายออก ไม่มีอยู่ยาว หรืออยู่ถาวร

พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. กล่าวว่า ทหารอากาศ เรามี culture วัฒนธรรมองค์กรที่เราสร้างกันไว้มายาวนานว่า เมื่อเกษียณ จะไม่อยู่บ้านหลวง

ทอ.เราไม่มีปัญหา นายพลเกษียณ ยังอยู่บ้านหลวง เพราะเราสร้างระบบกันไว้ยาวนาน

โดยยุคนี้ ให้ขนของออกจากบ้านหลวง 7 วันก่อนเกษียณ และคืน บ้านวันเกษียณ

ทั้งนี้ ให้ ทหารอากาศใหม่ เงินเดือนน้อย มาอยู่บ้านหลวง เมื่อโตขึ้นหน่อย ก็ให้ออก แล้วให้ คนใหม่ เข้ามาแทน. เพราะยศสูงขึ้นเงินเดือนมากขึ้น ก็ออกไปเตรียมหาบ้านผ่อนบ้านของตัวเอง
เผย มีบ้านตำแหน่ง แต่เมื่อพ้นตำแหน่ง ก็ต้องย้ายออก ไม่มีอยู่ยาว หรืออยู่ถาวร

พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า ในส่วนของ ทอ. จะให้สิทธิเรื่องบ้านพักเด็กจบใหม่ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่มีรายได้น้อย เมื่อเติบโตขึ้นไปสักระยะ พอที่จะมีเงินมีทอง มีเงินเดือนสูงขึ้น ก็จะส่งเสริมให้มีบ้านเป็นของตัวเอง เป็นลักษณะของการเช่าซื้อ จนกระทั่งบ้านเสร็จ อาจประมาณ 10-15 ปี แล้วจึงย้ายออกไปอยู่ ที่เหลือก็จะเป็นเพียงบ้านประจำตำแหน่ง

โดยใครที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญก็จะได้บ้าน เมื่อพ้นตำแหน่งไปแล้วก็จะต้องออกจากบ้าน ซึ่งเป็นธรรมชาติแล้วเราก็ใช้วิธีการแบบนี้

พร้อมยืนยันว่ากองทัพอากาศไม่มีทหารเกษียณฯพักอยู่ในบ้านพักทหาร เพราะใช้กติกาเช่นนี้มาโดยตลอด และได้ปูพื้นฐานกันมาแบบนี้ ซึ่งรุ่นพี่ได้วางระบบไว้ค่อนข้างดี

ดังนั้นทำให้เรื่องการอยู่ยาวหรือการอยู่ถาวรนั้นจึงไม่มี ซึ่งกองทัพอากาศเคารพความคิดและปฏิบัติตรงนี้ทุกคน

ทั้งนี้บ้านพักจะมีอยู่ทุกที่ส่วนกลางก็มีและฐานบินก็มี โดยสาเหตุที่ต้องอยู่ในฐานบินเพราะสมัยก่อนต้องรบ 24 ชั่วโมง ไม่มีโอกาสไปอยู่ข้างนอก ทุกคนพร้อมที่จะถูกเรียก 24 ชั่วโมงมาจนถึงปัจจุบัน จึงไปอยู่บ้านไกลไม่ได้ โดยเฉพาะข้าราชการ ที่ต้องสัมผัสเครื่อง ส่งเครื่องให้นักบินเตรียมพร้อม ซึ่งต้องพร้อม 24/7 หรือทั้ง 7 วัน แต่ปัจจุบันมีการผ่อนปรนไปเยอะ เพราะต่างมีรถยนต์ จึงสามารถเรียกเพียง2-3ชั่วโมง ก็มาถึงได้แล้ว อีกทั้งสมัยก่อนโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก

โดยสมัยที่ตนเป็นเด็กๆก็ใช้วิธีการอยู่ด้วยกัน และมาทำงานด้วยกัน เมื่อเติบโตมาก็แยกย้ายกันไป ทหารอากาศไม่ค่อยอยู่เป็นที่ ย้ายไปเรื่อย จากต่างจังหวัดก็ย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ จากนั้นก็เกษียณอายุราชการออกไป

ส่วนการจัดสรรสวัสดิการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า กองทัพอากาศก็มีเช่นกัน แต่มีระบบการจัดการที่ดี โดยที่ดินเราก็ไปหามา แล้วเข้าสู่ระบบสวัสดิการ จึงไม่มีเกินตัว หมายความว่าอัตราเงินเดือน ผู้บังคับบัญชาจะดูเรื่องการเงินกำลังพล ให้พอดีกับฐานะการเงิน คือ ให้เหลือพอมีกิน และส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้ไปไหน อยู่แต่ในฐานบินก็มีกินอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าพอมีกินก็สามารถไปผ่อนที่ พร้อมสร้างอนาคต มีบ้านของตัวเองหลังเกษียณฯ นี่คือหลักการของเรา ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่าย แต่ทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติ เพราะเป็นเรื่องสำคัญต้องรักษากติกาตรงนี้ไว้ คือการมีวินัยในเรื่องการเงิน มีวินัยในเรื่องการสร้างตัว

มีรายงานว่า พลอากาศเอก มานัต แจ้งเป็น นโยบาย ตั้งแต่มาเป็น ผบ.ทอ. ในเรื่อง การสร้างสปิริต ทอ. ไว้ว่า ยศสูง เงินเดือนมาก จ่ายมาก เสียสละ

ต้องความเสียสละ คือ เสียสละบ้าน เช่น บ้านประจำตำแหน่งสำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่ง โดยสามารถอยู่อาศัยในบ้านประจำตำแหน่งได้ในระหว่างดำรงตำแหน่งเท่านั้น สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งต้องออกจากบ้านประจำตำแหน่ง โดยให้ส่งคืนบ้านก่อน1สัปดาห์ เป็นอย่างช้า

ส่วน บ้านพักทั่วไปมีไว้สำหรับข้าราชการจบใหม่กับสำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยผู้ยังรับเงินเดือนน้อย เท่านั้น และ ระดับบ้าน ต้องตรงชั้นยศ)

“ที่สำคัญคือ บ้านพ่อ ถือว่ามิใช่บ้านลูก พ่อเกษียณ แล้วให้ลูกที่เป็นทหารอากาศ อยู่ต่อ ไม่ได้”

ทั้งนี้ ข้าราชการเมื่อชั้นยศสูงขึ้น(น อ -น อ พิเศษขึ้นไป) อายุมากขึ้น(อายุ45-50ปี เหลืออีกไม่กี่ปีก็จะเกษียณอายุ)โดยมี หรือ รับเงินเดือนมากขึ้นในทุกๆปีมาเป็นลำดับนั้นต้องเตรียมตัว”เสียสละ”ออกจากบ้านพักราชการ(ทั่วไป)เข้าสู่ระบบที่แต่ละคนต้องมีบ้านส่วนตัวเป็นเป็นของตนเองก่อนเกษียณอายุราชการ)

ดังนั้น ก่อนเกษียณอายุราชการจะต้องเริ่มมีบ้านเป็นของตนเอง และ ห้ามมิให้อยู่อาศัยในบ้านหลวงหลังเกษียณอายุราชการ

ส่วน ในเรื่องความรับผิดชอบ นั้น ผู้บังคับบัญชาระดับสูง/ผบ ทอ. -ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของส่วนราชการต้องรับผิดชอบในความผิดเป็นคนแรกเสมอ และรับความชอบเป็นคนสุดท้ายเสมอ