“บิ๊กตู่” ชี้ ไม่ใช้ คำว่า “วิสามัญ” แต่ คนร้ายใช้อาวุธต่อ จนท. จนท.ก็มีสิทธิใช้อาวุธตอบ ห่วงสภาพจิตใจ สั่งกรมสุขภาพจิต ดูแล ยัน ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก ลั่น เรารับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ

 

พลเอกประยุทธ์ กล่าว​ เรื่องการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ ว่า ระมัดระวังอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้ายหรือใครก็ตาม

แม้จะทำความผิดรุนแรงขนาดไหนก็ตาม จะต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเป็นขั้นตอน

ที่สำคัญจะต้องดูว่า คนที่อยู่ในอาคารจะต้องหลบอย่างไร ไม่ให้เกิดการสูญเสียมากขึ้นกว่าเดิม

ขั้นตอนคือ กว่าจะเอาคนออกมาได้หมด ถึงจะใช้อาวุธได้เต็มที่ แล้วเจ้าหน้าที่ ก็เสียสละชีวิตไปหลายคน เพราะเขาไม่กล้าใช้อาวุธอย่างเต็มที่

ดังนั้น​ การเข้าไปหา และอีกฝ่ายนึงอยู่ในที่กำบังที่เหมาะสม ตัวอาคารก็มีซอกมุมที่ใช้หลบได้ง่าย การตรวจการณ์ จึงทำได้ยาก​

เราอย่ามามองว่า เราทำงานไม่ดีไม่เก่งอะไรเลย หรือทำให้เวลามันเนิ่นนาน นั่นไงคือปัญหาของเรา ว่าทำอย่างไรจะสงวนชีวิตคนกว่าร้อย ที่อยู่ในอาคาร

ซึ่งท้ายที่สุด ก็มีการใช้อาวุธปะทะกัน ไม่ใช้ คำว่าวิสามัญ ดีกว่า ผมถือว่ามีการใช้อาวุธต่อเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิใช้อาวุธเช่นเดียวกัน เราไม่อยากให้ใครสูญเสียที้งสิ้น

ถ้าถามว่า อยากให้เหตุการณ์ยุติเร็วหรือไม่ ผมขอตอบว่า อยากให้ยุติตั้งแต่โอกาสแรก แต่มันทำไม่ได้ เพราะมีประชาชนติดอยู่ในนั้น

ฉะนั้น สิ่งที่จะต้องดูกันต่อไปทั้งฝ่ายความมั่นคง ทหาร หน่วยต่างๆ ต้องมาดูเรื่องที่เกิดขึ้น

สิ่งสำคัญจิตใจคนเรายากแท้หยั่งถึง บางทีซึมเศร้า โกรธแค้น บางทีไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะควบคุมไม่ได้ ผมจึงได้ให้กรมสุขภาพจิตประเมินทั้งครอบครัวผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสีย ดูแลเอาใจใส่เขา

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการก็ต้องเข้าไปดูว่าใครที่จะมีปัญหากับการเรียน เพราะมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บด้วย จึงเป็นห่วงเรื่องการเรียนของเขา

ขณะเดียวกันในส่วนของแรงงานก็ต้องไปดู หลายกระทรวงต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ขั้นตอนแรกก่อนเกิดเหตุ ป้องกัน ป้องปราม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้อีก ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก เพราะกติกาเดิมมีตามสากลอยู่แล้ว เพียงแต่คนเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะใครทั้งสิ้น

แต่เราก็รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ ต้องแก้ปัญหากันไป ผมหวังความร่วมมือของทุกฝ่ายในการช่วยกันแก้ปัญหา”