สั่ง ทบทวน มาตรการ ในค่ายทหาร บทเรียน “จ่าจักรฯ”

 

“นายกฯ”สั่ง ทบทวน มาตรการรปภ.คลังอาวุธ-กระสุน ในหน่วยทหาร. ถาม ถ้าทำครบถ้วนแล้ว อาจจะลดความรุนแรงได้มากกว่านี้มั้ย …ชี้ ครั้งนี้ ทหารที่ดูแลคลัง โดนสังหาร ดังนั้น ต้องคิดใหม่ และหามาตรการฉุกเฉิน​ ชี้ ไม่เคยเกิดขึ้น มันเป็นเหตุการณ์สุดวิสัย ไม่ปกติ ระบุ คนร้าย ใช้สื่อ-เสพโซเชียลฯ จึงทำให้แรงขึ้น สั่ง ผู้บังคับบัญชา ดูแลลูกน้องให้ดี สั่งกรมสุขภาพจิต เข้าไปดูแลทหารในค่าย ด้วย

พลเอกประยุทธ์ นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า จากการที่ได้ไปฟังรายงานสรุป ก็ได้ให้คำแนะนำต่างๆไปหลายอย่าง เราอาจจะบอกได้ว่าถ้าทำครบถ้วนแล้ว อาจจะลดความรุนแรงได้มากกว่านี้หรือไม่

และเมื่อเราทำครบถ้วนของเราแล้ว เพียงพอหรือยัง จะต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ตั้งแต่มาตรการดูแล ซึ่งแต่เดิมมันเคยเพียงพอ​

เช่น เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องกระสุน แต่วันนี้เขาถูกทำร้ายจนเสียชีวิต และถูกนำอาวุธออกมาได้ ตรงนี้เราต้องคิดใหม่ และหามาตรการฉุกเฉิน​ เพราะไม่เคยเกิดขึ้น มันเป็นเหตุการณ์สุดวิสัยไม่ปกติ

เมื่อถามว่า จะมีการส่งจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยในค่ายทหารหรือไม่ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เป็นภาพลบกับทหาร นายกฯ กล่าวว่า ตนได้สั่งไปแล้วและกรมสุขภาพจิตได้เข้าไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานไปดูแลประชาชน ดูแลผู้บาดเจ็บ และเข้าไปประเมินในค่ายทหาร

รวมถึงได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาให้มากขึ้น ให้สอบถามถึงครอบครัวเพราะทุกคนต่างมีภาระทั้งหมด ไม่ว่าจะหนี้สิน ความกดกัน ไม่ว่าทหารหรือพลเรือนก็มีเหมือนกัน ตนเองก็มี

แต่ถ้าเรามีเพื่อนหรือผู้บังคับบัญชาที่เอาใจใส่ เข้าไปพูดคุยก็ดี เช่นในกรณีนี้เพื่อนผู้ก่อเหตุก็ไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุ มีปัญหาอะไรมาก่อน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดมา 2 – 3 วันแล้ว แต่เขาก็ไม่พูดคุยกับใครนั่น คือแรงกดดันที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สุขภาพจิตของคนเราจะมากหรือน้อยอยู่ที่แรงกดดัน และแรงส่งจากภายนอก ทั้งจากการใช้สื่อและการเสพโซเชียลฯที่ทำให้แรงขึ้น เราจึงต้องช่วยกันลดจะไปโทษใครไม่ได้