เร่งเคลียร์ ผู้หลบหนีภัยการสู้รบ!

 

“บิ๊กป้อม” เจรจา UNHCR ให้ เร่งรัดรับ ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง ไทย ไป ประเทศที่ 3 และช่วยหาทางออกของผู้หนีภัยจากการสู้รบในเมียนม่า. เผย ตอนเป็น ประธานอาเซียน ไทย ขอเร่งการส่งกลับผู้พลัดถิ่น กลับรัฐยะไข่โดยเร็ว


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯต้อนรับ นาย Indrika Ratwatte ผอ.ระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ที่ ศาลาว่าการกลาโหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลทำงานใกล้ชิดกับ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาโดยตลอด

และยินดีที่ UNHCR ประสบความสำเร็จในการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศ ว่าด้วยผู้ลี้ภัย ซึ่งไทยมีส่วนร่วมอย่างแข่งขันและต่อเนื่อง ตั้งแต่ขั้นตอนการเจรจาจนถึงการนำไปปฏิบัติ เนื่องจากเห็นว่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์ผู้ลี้ภัย บนหลักการแบ่งปันหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างประเทศ

โดย ไทยจะส่งผู้แทนระดับสูงร่วมประชุมและให้คำมั่นในสาขาที่ไทยมีพัฒนาการและให้ความสำคัญเช่น การหาทางออกผ่านการส่งกลับประเทศต้นทางโดยสมัครใจและยั่งยืน

การให้การศึกษาและการให้ความคุ้มครองผ่านการจัดทำระบบคัดกรองและใช้มาตรการแทนการคุมขังเด็กในห้องกัก

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาในความรับผิดชอบตามหลักการแบ่งปันหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างประเทศแล้ว

จึงขอให้ UNHCR เร่งรัดการรับผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงจากไทย ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3 และช่วยหาทางออกของผู้หนีภัยจากการสู้รบในเมียนม่า

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่า ระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ไทยให้ความสำคัญกับการส่งกลับผู้พลัดถิ่น กลับรัฐยะไข่โดยเร็ว โดยอาเซียนกำลังจะเริ่มโครงการความร่วมมือในรัฐยะไข่ เพื่อช่วยสนับสนุนความพยายามในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางกลับของผู้พลัดถิ่น

โดยพร้อมทำงานกับ UNHCR อย่างใกล้ชิดและสร้างสรรค์ เพื่อนำสันติภาพที่ยั่งยืนกลับสู่ภูมิภาค

นายอินดริกา รัตวัตติ ได้กล่าวชื่นชมบทบาทความเป็นผู้นำของรัฐบาลไทยอย่างมาก ที่ให้ความสำคัญและดำเนินการให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากการสู้รบที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับภูมิภาคและโลกเห็นถึงความสำคัญในการใช้หลักเมตตาธรรม มนุษยธรรมและความมีน้ำใจกับผู้พลัดถิ่น
ในขณะที่หลายประเทศปิดประตูไม่ให้การต้อนรับ

พร้อมทั้งยืนยันจะสนับสนุนกระบวนและบทบาทนำของรัฐบาลไทยที่ทำมา และกำลังทำ รวมทั้งที่จะทำต่อไปในอนาคต