มอง แก่นแท้ มหาอำนาจ “จีน” ทะลุ ไปถึง “สหรัฐฯ”

สะท้อน สภาพ ไทยแลนด์
ชี้ จีน เพื่อ จีน
ก็อป แต่ กั๊ก เทคโนโลยีของตนเอง
ผู้นำ จีน ล้วน ฉลาด เก่งสุดๆ
ยก จีน เป็น”ตำรา” ที่ดี ของไทย
ต้องศึกษา และต้องคิด ให้ เท่าทัน จีน

“นายพลทัพฟ้า เสืออากาศ 24/7” เขียนบทความ สะท้อนมุมมอง ที่มีต่อจีน สหรัฐฯ แล้ว หันมาย้อนดูตัว สยามประเทศ

จีน ไม่ต่างจากมหาอำนาจอื่นๆ

จีน ไม่ต่างจากประเทศตะวันตกอื่นๆผู้ครอบครองเทคโนโลยีชั้นสูง ที่สงวนสิทธิ์ปกปิดเทคโนโลยีชั้นสูงไว้เป็นความลับ “สุดยอด”

จีน หิวกระหายทรัพยากรธรรมชาติเป็นที่สุด
จีนกระเหี้ยนกระหือแสวงหาจากแหล่งต่างๆที่กระจายตัวอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก

วาทะกรรมจีน
– “สันติภาพ”
– “เสมอภาค”
– “เคารพในความเท่าเทียม”

จริงหรือ ???
หรือว่ามันเป็นเพียง “วาทะกรรม” ที่แสดงออกมาให้ดูดีเท่านั้น

ขนาดของจีน
-ประชากร 1,400 ล้านคน
-ผืนแผ่นดินขนาดใหญ่มหาศาลครอบคลุมทั่วโลก=เชื่อมช่องทางเข้า-ออกได้ทุกทิศทางอย่างไร้ข้อจำกัด (บริเวณส่วนใดเป็นอุปสรรคแล้วจีนก็จะใช้ “พลังอันมหาศาล” เข้าแทรกแซง(ทางเศรษฐกิจ)ในรูปแบบของ “การให้ความช่วยเหลือ”

จีนพร้อมที่จะกระทำตนเสมือนเป็น “พี่เอื้อย” (เฉกเช่นกับที่สหรัฐฯเคยกระทำสำเร็จมาแล้วภายหลังยุคสงครามโลกครั้งที่2)

จีน ….ด้วยแนวคิดดังกล่าวนี้จึงลงมือกระทำการบุกทะลุทะลวงประเทศที่เป็นอุปสรรคทางด้านทางออก(พม่า-ลาว-(รวมถึงไทย)
-ยุโรปตะวันออก-เอเชียตะวันตก/ใต้)

ทว่าความสำเร็จในวิธีการนี้ของจีนนั้นจะมีความยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าความสำเร็จของสหรัฐฯ เมื่อศตวรรษที่ผ่านมา อย่างแน่นอน อันเนื่องจากว่าพลัง/มวลของจีนที่เหนือกว่ามากนั่นเอง

มวลของประเทศจีน โดยหลักวิทยาศาสตรทางธรรมชาติ “มวลที่มากกว่า ย่อมดึงดูด มวลที่น้อยกว่า เข้าไปเป็นบริวาร” ไม่มีทางปฏิเสธข้อเท็จจริงทางธรรมชาติที่เป็นสัจธรรมข้อนี้ได้

ไม่ว่าจีนจะยืนยัน “วาทะกรรม” ของตน ที่ยืนยันในประเด็น “สันติภาพ-เสมอภาค-เคารพในความเท่าเทียม-“ อยู่ในทุกเวทีก็ตาม

ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว มันเป็นจริงไปตามนั้นไม่ได้เลย มันไม่มีสันติภาพ มันไม่มีความเสมอภาค มันมิได้เคารพ บนความเท่าเทียม อย่างที่จีนได้สร้างวาทะกรรมมาโดยตลอด

อิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ของจีนโดยธรรมชาติจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

เส้นทางสายไหม
-เส้นทางสายไหมคือเส้นทางลำเลียงทรัพยากรธรรมชาติจากทุกแหล่งทั่วโลกเข้าสู่จีน

-เส้นทางสายไหมคือ เส้นทางลำเลียงผลผลิตทางปัญญาที่เกิดมาจากมันสมอง-ทักษะของคนจีน ที่ถูกนำส่งไปขายในต่างประเทศ สร้างความร่ำรวยให้กับประเทศจีนอย่างมิอาจหยุดยั้งได้

ระบบราง = หัวจักร ตู้ขบวน ราง ระบบควบคุม … อะไหล่ โรงงานผลิต… ในเครือข่ายเส้นทางสายไหมนั้น มิได้รับการถ่ายทอดจากจีนมากนัก

ทุกประเทศที่รถไฟจีน ตัดผ่านล้วนต้องพึ่งพาจีนอย่างเต็มตัวทั้งสิ้น และน่าจะเป็นการพึ่งพาในระยะยาวที่ยากจะถอนตัวขึ้น นั่นคือการตกเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจของจีนอย่างถาวรนท้ายที่สุดนั่นเอง

การพูดจาของจีนในเวทีทางการทูต

-กระแนะกระแหนสหรัฐฯตลอดเวลา (สหรัฐฯก็เช่นเดียวกันกระแนะกระแหนจีนอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน)

ลักษณะนี้นั้น ทั้ง2ชาตินี้ จึงไม่น่าคบอย่างยิ่ง เข้าตำราที่ว่า “ช้างสารชนกัน-หญ้าแพรกแหลกลาญ”

ไทยต้องตระหนักเรื่องนี้เป็นอย่างที่สุด

-ย้ำพูดย้ำเตือน “วาทะกรรม” : “สันติภาพ-เสมอภาค-เคารพในความเท่าเทียม-…” เสมือนว่าฟอกตัวเองให้ดูดี-ให้บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา

-ย้ำคิดย้ำพูด “ความสัมพันธ์-ความร่วมมือ-…” เสมือนว่าต้องการเปิดโอกาสให้คู่เจรจาเข้าไปเป็นหุ้นส่วนโดยเร็ว มิให้เป็นการเสียโอกาส

แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่ อันเนื่องจากว่าศักย์ กับต้นทุนของประเทศคู่เจรจาแต่ละประเทศของจีนเฉกเช่นประเทศไทยนั้นล้วนมีศักย์ต่ำ/มีต้นทุนต่ำและน้อยกว่าจีนเป็นอย่างมากจนเทียบกันไม่ได้

ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ประเทศคู่เจรจาของจีนนี้จะถูกจีนกลืนเพียงสถานเดียว ไม่มีหนทางเป็นไปอย่างอื่น

-จีน พูดแต่เรื่องค้าขาย จีนมุ่งแต่เรื่องค้าขายเพียงอย่างเดียว จีนอยากได้สินค้าที่ตนเองต้องการ จีนต้องการบริษัทห้างร้าน/ต้องการผู้ประกอบการที่เอื้อประโยชน์ต่อจีน

ทว่าจีนนั้นมิได้ต้องการให้เกิดมีการค้าใดๆที่แข่งขันการค้ากับจีน(ประเทศใดที่ต้องการค้าขายแข่งกับจีนมิอาจจะชนะได้เนื่องจากมวล/พลังนั้นมันต่างกันโดยสิ้นเชิง)

จีนไม่ต้องการบริษัทห้างร้านใด/ไม่ต้องการผู้ประกอบการใดที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อจีน

จีนกีดกันในสิ่งที่ตนเองไม่ต้องการโดยทันที

จีนไม่เคยพูดถึงเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นสูงมากนัก เนื่องจากว่ามันเป็นธรรมชาติของชาติมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองเทคโนโลยีชั้นสูง

ทั้งนี้ ความลับทางเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจและมหาอำนาจทางทหารต่างหวงแหนเป็นที่สุด

สัจธรรมมันเป็นเช่นนี้ มันเป็นสิ่งที่มนุษย์จะต้องยอมรับโดยมิอาจปฏิเสธได้

ผู้นำจีน
-เก่ง : ฉลาด (วิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ = คิดได้อย่างมี ตรรกะ มุ่งการคิด/วางแผน-ไม่เคยท่องจำ-มุ่งลอกเลียนแบบเพื่อพัฒนาให้เหนือกว่ายิ่งๆขึ้นไป)

กล่าวคือ ผู้นำจีนมีความฉลาดเป็นเลิศกว่าผู้นำประเทศอื่นใดในโลก

จะมีผู้นำของไม่กี่ประเทศในโลกเท่านั้นที่มีความฉลาดเท่าเทียมจีน/คิดได้เท่าเทียมจีน

-เห็นประโยชน์ของชาติบ้านเมืองจีนเป็นหลัก (โดยมิจำเป็นต้องสนใจใยดีกับผลประโยชน์ของประเทศอื่นๆมากนัก มันไม่ใช่ทุกข์ร้อนของจีน)

ขณะที่ผู้นำชาติอื่นๆนั้นมิได้คิดเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองกันดังเช่นกับผู้นำจีน

ประวัติศาสตร์
จีน เคยรุ่งเรือง สุดท้ายโดยผู้นำจีนกับโดยคนจีนเองก็ทำให้จีนล่มสลาย

กว่าจีนจะฟื้นคืนมาได้ก็ต้องใช้ผู้นำชั้นเยี่ยมหลายคนต่อเนื่อง/ใช้คนจีนฉลาดกลุ่มหนึ่ง(ร้อยละ10ของประชากรจีนทั้งหมดและใช้เวลานานหลายทศวรรษ

จีน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะถูกยกให้เป็น “ตำรา” ที่ดีของไทย เพียงแต่ว่าไทยเราต้องคิดและทำให้ทัน(จีน)

สถานการณ์ของไทย
ไทย ไม่ต่างจากจีนที่เคยรุ่งเรืองมาหลายยุคหลายสมัย

ทว่าไทย โดยผู้นำกับ โดยคนไทยเราเอง(ผู้นำ ผู้ฝักใฝ่ตะวันตกนำลัทธิการปกครองที่ไม่ตรงจริตกับประเทศไทยเข้ามาใช้

-ผู้นำผู้แสวงประโยชน์จากคนไทยกันเอง จนเกิดเป็นปรากฏการณ์แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

-ผู้นำผู้นิยมพึ่งพิงปัญญาต่างชาติ)ก็ทำให้ไทยเกือบล่มสลาย

ปัจจุบันไทยก็ยังอยู่ในสภาพเกือบล่มสลาย อันเนื่องมาจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง/นักการเมืองนำพาความแตกแยกเข้าสู่สังคม (ก็ยิ่งเป็นความอ่อนแอที่อิทธิพลจีนโดยมวลอันยิ่งใหญ่ของจีนเข้าครอบงำได้ง่าย)

ไทย ปัจจุบัน ตกอยู่ในสภาพไร้องค์ความรู้ภูมิปัญญา/ไร้เทคโนโลยี/ไร้นวัตกรรมทางด้านปัจจัยดำรงชีพ8 ประการเป็นของตนเอง

ประเทศไทยจึงก้าวตามต่างชาติไม่ทัน ประเทศไทยจึงไร้พลังอำนาจในการแข่งขัน สินค้าจากต่างชาติทะลักเข้าท่วมประเทศไทย เงินบาทไทยไหลออกนอกประเทศจนสิ้น คนไทยยากจน ประเทศไทยด้อยพัฒนาต่อไปอย่างไม่รู้วันสิ้นสุด

ไทย จำเป็นต้องมีผู้นำชั้นเยี่ยมอีกหลายคน/ต้องใช้คนไทยฉลาดอีกเป็นจำนวนมาก และต้องใช้เวลาอีกยาวนานหลายทศวรรษ กว่าจะฟื้นคืนประเทศให้เจริญรุ่งเรืองกลับมาได้ (หรืออาจไม่ฟื้นคืนมาเลยก็ได้หากไม่ใช้ประโยชน์คนไทยฉลาด)

นั่นหมายถึงว่า ไทยจำเป็นยิ่งที่ต้อง “มีเทคโนโลยีไทยเป็นของไทยเราเองอย่างเพียงพอ” สำหรับใช้บนดินแดนสุวรรณภูมิของเราเองภายใต้ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง(ตามหลักทฤษฎีของในหลวง ร9)”

จีน-ไทย
สื่อถึงความอยู่รอดปลอดภัยของประเทศไทยได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“เสืออากาศ 24/7”
16/11/2019

ในภาพอาจจะมี ข้อความ