ใครไม่คิด! แต่ ทหารอากาศ กำลังคิด

แอพพลิเคชั่น แปล ภาษายาวี -อาหรับ ชายแดนใต้ เป็นภาษาไทย ภาษากลาง ทั้ง ตัวเขียน และคำแปล
ช่วยการปฏิบัติหน้าที่ของ ทหาร ตำรวจ ใต้
หวังเป็น”แสงสว่าง”ให้พี่น้องไทยพุทธชายแดนใต้
แปลสด ให้สามารถเข้าใจภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรูได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ในเมื่อ กองทัพอากาศ เป็น “เหล่าเทคนิค -ทันสมัย-เทคโนโลยี่

ในเมื่อ พี่น้องชาวไทยมุสลิม เชื้อสายมลายู ไม่ยอมพูด หรือเขียนภาษาไทย

แม้ในทางกฏหมาย จะสามารถกำหนดให้ ต้องเขียนภาษามลายู ภาษายาวี เป็น ตัวอักษรภาษาไทย ได้ก็ตาม

แต่ประเทศไทย ก็ไม่เคยมีการบังคับ เช่นนึ้

แม้ว่า ตำรวจ ทหาร ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน3 จ.ชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา จะพยายามเรียนรู้ภาษามลายู ยาวี อาหรับ แต่ก็ได้แค่คำง่ายๆ

แต่ในการสื่อสารของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ยังเลือกที่จะใช้ภาษามลายู พูดยาวี แบบที่ชาวไทยพุทธ ไม่เข้าใจ หรือฟังไม่รู้เรื่อง

นี่กลายเป็นปัญหาสำคัญ ของ ทหาร ตำรวจ ในภาคใต้ เพราะไม่รู้เลยว่า เขาคุยอะไรกัน

เพราะเวลาชาวบ้าน หรือแนวร่วม ที่อยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ต้องการจะสื่อสาร กัน แบบไม่ให้จนท.ฟังรู้เริ่อง ก็จะใช้ภาษาของตัวเอง

แม้ จะมี ทหาร ตำรวจ ที่เป็นคนในพื้นที่ ที่สามารถสื่อสาร พูดคุยกับ ชาวบ้าน ฟังออก หรือทำหน้าที่ล่าม หรือ จ้างชาวบ้าน มาเป็นล่าม ก็ตาม แต่ก็มีจำนวนน้อย และไม่สะดวกในการปฏิบัติหน้าที่

กองทัพอากาศ ที่นายทหารเก่งและแบบที่เรียกว่า ชาญฉลาดมากๆ จึงกำลังคิด เครื่องมือ สำหรับแปลภาษา เพื่อให้ ทหารนำไปใช้ในชายแดนใต้

กองทัพอากาศ ก็มี “กองกำลังเฉพาะกิจทอ.ที่9” (กกล.ฉก.ทอ.9) ที่ สนามบินบ่อทอง ปัตตานี อยู่ด้วย

นายพลทัฟฟ้า “เสืออากาศ 24/7” เขียนบทความ เสนอไอเดีย ในการสร้างเครื่องมือในการแปลภาษา

โดยกล่าวถึง ภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรู ใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะบา ปัตตานี นราธิวาส) และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา ( อ.จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย) หรือ “3(4)จชต.”

สำหรับ ภาษาพูด. …
ภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรู สามารถใช้พูดได้ใน3(4)จชต”

แต่
“ภาษาเขียน …
ภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรู ควรจะต้องกำหนดให้เขียนเป็นอักษรไทย สำหรับใช้สื่อสารใน 3(4) จชต” เท่านั้น ถ้าจะใช้กม.บังคับกันจริงๆ

นี่ คือกฎกติกาของสังคมไทยที่คนไทยทุกคน ควรต้องถือปฏิบัติ ไม่ว่าคนไทยคนนั้นจะนับถือศาสนาใด

ชาวมุสลิมใน3(4)จชต ของไทย หากยังคงยืนยัน ต้องการใช้ภาษาเขียน:อาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรูในการสื่อสารทางสังคมของตนเองเป็นการเฉพาะอยู่ต่อไป. ..ก็ควรต้องโยกย้ายถิ่นไปอาศัยใช้ชีวิตในดินแดนทะเลทราย

ยกตัวอย่าง……มาเลเซีย

ภาษามาเลย์ แท้จริงก็คือภาษาพูดที่เป็นอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรู แต่ถูกเขียนโดยอักษรโรมัน มันทำให้คนมาเลย์(อิสลาม-พุทธ/จีน-…)ทุกคนสามารถสื่อสารสร้างความเข้าใจตรงกันได้ มีภาษา”รูมี”

นี่คือกฏกติกาที่ชนชาติผิวเหลืองมาเลย์ ผู้กลายมาเป็นชาวมุสลิมได้กำหนดกติกานี้ ขึ้นมาสำหรับใช้ในประเทศมาเลเซีย

ชาวมาเลย์ภายใต้การใช้ภาษามาเลย์ ล้วนมีความสุขบนวิถีชีวิตภายใต้การใช้ภาษามาเลย์ดัดแปลงของตนเอง

แต่ใน 3(4)จชต…..ชนชาติผิวเหลืองผู้กลายเป็นชาวมุสลิม ใน ดินแดนสุวรรณภูมิ ยังคงใช้ภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรู ต่อไปโดยไม่เป็นไปตามกติกาสังคมไทย

ชาวมุสลิมใน3(4)จชต.จึงต่างจากชนชาติผิวเหลืองที่อยู่ในมาเลเซียโดยสิ้นเชิง)

ดินแดนสุวรรณภูมิของไทยนั้นถือเป็นแหล่งกำเนิดของชนชาติผิวเหลือง(ไทยพุทธ)อันเนื่องมาจากปัญหาภาษาเขียนอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรู เป็นมูลเหตุหลักนั่นเอง

แต่ในเมื่อ ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้

ไม่สามารถ เปลี่ยนให้คนมุสลิมใต้ ใช้ภาษาเขียน : ภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรูให้ไปเป็นภาษาที่เขียนด้วยอักษรไทย

ไม่สามารถ บังคับให้คนไทยทุกคนที่อาศัยใช้ชีวิตในประเทศไทย/ใน3(4)จชต.ต้องพูดภาษาไทยและเขียนภาษาไทยเท่านั้น จะต้องไม่มีภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรูใน3(4)จชต.อีกต่อไป

เฉกเช่นเดียวกับมาเลเซีย หรือแม้แต่อินโดนีเซีย ที่ไม่ใช้อักษรอาหรับ/อาราเมอืก/ฮิบบรู)

จึงต้องสร้างปัญญาและใช้ปัญญาในการสร้างเครื่องมือขึ้นมา

เช่น 1.คิดค้นสร้างเครื่องมือฉลาด(ซอฟต์แวร์ฉลาด-แอพพลิเคชันฉลาด)สำหรับใช้ในการอ่านภาษาเขียน:อาหรับ/อาราเมกา/ฮิบบรูที่ถูกใช้ใน3(4)จชตให้เป็นภาษาเขียน:ไทยกลางได้ทันที

พร้อมกับเปลี่ยนให้เป็นภาษาพูด:ไทยกลางได้ทันทีเช่นกัน

2.คิดค้นสร้างเครื่องมือฉลาด(ซอฟต์แวร์ฉลาด-แอพพลิเคชันฉลาด)สำหรับใช้ในการแปลภาษาพูดสด: อาหรับ/อาราเมกา/ฮิบบรูให้สามารถรับฟังเป็น: ภาษาไทยกลางทั้งที่เป็นภาษาพูดไทยกลาง พร้อมกับแปลงเป็นภาษาเขียนไทยกลางในลักษณะแปลสดได้ทันที

3.ภาษาอาหรับ/อาราเมกา/ฮิบบรูนั้น ไม่ว่าจะเนิ่นนานไปอีกเท่าไร ก็ไม่คุ้มค่าที่จะแปลงภาษาดังกล่าวนี้ให้เป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์

กล่าวคือไม่คุ้มค่าที่จะเป็นภาษาทางวิศวกรรมนั่นเอง นั่นหมายถึงว่า ภาษาอาหรับ/อาราเมกา/ฮิบบรูจะไม่สามารถถูกใช้เป็นภาษาสื่อกลางในการคิดค้นวิจัยพัฒนาทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาองค์ความรู้ภูมิปัญญา/เทคโนโลยียุคใหม่/นวัตกรรมแห่งยุคอนาคตได้

หรือก็คือ ว่า ไม่สามารถถูกใช้เป็นภาษานำพาไปสู่การสร้างความอยู่ดีมีสุข/สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับชนชาติผิวเหลืองผู้กลายพันธุ์เป็นชาวมุสลิมใน3(4) จชต.ของไทยได้เลย

แต่ในแง่ ความมั่นคง นั้น

ความมั่นคง-มั่งคั่ง-อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืนของชนชาติใดๆนั้นขึ้นอยู่กับภาษาเป็นสำคัญ

หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องตระหนักในเรื่องความสำคัญของภาษา (รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิต/ศาสนา/ศิลปะด้วย)

ทั้งนึ้ เพราะ 3(4) จชต มีปัญหาด้านความมั่นคง อันเนื่องมาจากภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรู เป็นมูลเหตุสำคัญ

ยุทธศาสตร์การพัฒนา-ยุทธศาสตร์แก้ปัญหา ใน 3(4) จชต

คนไทยพุทธใน 3(4) จชต (เจ้าของดินแดนสุวรรณภูมิมานานนับล้านปี) ที่ ปัจจุบัน พลั้งพลาด ตกไปอยู่ในสังคมชนชาติผิวเหลืองผู้กลายเป็นชาวมุสลิม ที่ใช้ภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรูนั้น เสมือนกับว่าเราคนไทยพุทธ ผู้น่าสงสารนี้ กำลังก้าวเดินอยู่ในห้องมืด/เสมือนกำลังอาศัยใช้ชีวิตในพื้นที่ที่ปราศจากแสงสว่าง …เดินไม่ได้-ไปไม่ถูก-ไร้อนาคตโดยสิ้นเชิง

การสร้างแสงสว่างขึ้นมาใน 3(4) จชต. ให้ชาวไทยพุทธเจ้าของดินแดนสุวรรณภูมิ 3(4) จชต.สามารถมองเห็นได้ในห้องมืด/ให้เห็นได้ในเวลากลางคืน ก็คือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ สำหรับการควบคุมสังคมอันถือเป็นความสำคัญยิ่งยวด

กล่าวคือ เคนไทยพุทธ(ทั้งประเทศ มิใช่ชาวไทยพุทธกลุ่มที่อาศัยใช้ชีวิตอยู่ใน3(4)จชต ณ ขณะนี้เท่านั้น)จะต้องเร่งพัฒนาสร้างเทคโนโลยี/เครื่องมือ “แปลภาษา” ได้ “สด” โดยทันทีทันใด ให้เราคนไทยพุทธสามารถเข้าใจภาษาอาหรับ/อาราเมอิก/ฮิบบรูได้อย่างทะลุปรุโปร่ง…

รวมถึงจะต้องเร่งพัฒนาสร้างเทคโนโลยี/เครื่องมือ “ตรวจสอบ-ติดตาม-วิเคราะห์พฤติกรรมบุคคลเป้าหมายขึ้นมาให้ได้โดยทันทีทันใด”

จากการใช้ปัญญาของคนไทยพุทธเราเอง แล้วนำเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไปใช้ใน 3(4) จชต.เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสร้างความสงบสุข

ภายใต้หลักการ “กำจัดคนชั่ว -มุสลิมนอกรีต” ออกไปจากประเทศไทย เสมือนกับว่าเป็นการสร้างแสงสว่างให้เกิดมีความสว่างขึ้นมาใน 3(4) จชต.ของไทยบนดินแดนสุวรรณภูมิ

โดยที่ ในระยะยาวในกาลข้างหน้านั้น ประเทศไทยจะต้องสร้าง “กฎหมาย/กฎกติกาสังคมขึ้นมาใน3(4) จชต” และบังคับใช้ให้เป็นมาตรฐานเช่นเดียวกันกับ “กฎหมาย/กฎกติกาสังคมในสังคมไทยพุทธที่ใช้อยู่ในทั่วทั้งประเทศ” ไม่มีสิทธิพิเศษ-ไม่มีความเหลื่อมล้ำแก่ใครคนใดทั้งสิ้น

ในการนี้คนไทยมุสลิมจะต้อง “เรียนภาษาไทย-ศึกษาเล่าเรียนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์สำหรับใช้เป็นฐานรากประกอบอาชีพแห่งยุคอนาคตในดินแดนสุวรรณภูมิของชาวไทยพุทธดั้งเดิมต่อไป …

นี่คือ
“ยุทธศาสตร์ของการสร้างความสงบสุข: มั่นคง-มั่งคั่ง-อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริงใน 3(4) จชต.”