ศรชล. เต็มอำนาจ เต็มรูปแบบ!

 

“บิ๊กลือ” จัดประชุมใหญ่ “ศรชล.” ครั้งแรก หลัง มีพรบ. รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ถก 22 ผู้ว่าฯ จ.ชายทะเล -อธิบดี เพื่อเตรียมการรองรับการยกระดับการทำงานของ ศรชล. อย่างเต็มรูปแบบ ชี้ ปัญหาความมั่นคงทางทะเล กว้างขึ้น เล็งยึดแนวทาง Coordinating Coast Guard และ Joint Interagency Task Force

พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ศรชล. (รอง ผอ.ศรชล.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นครั้งแรกนับจาก มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ไว้เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 13 มีนาคม พ.ศ.2562 เป็นต้นมา

และมีผลทำให้ ศรชล. จากเดิมเป็นศูนย์ประสานการปฏิบัติฯ ยกระดับขึ้นเป็น “ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล” โดยให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ ศรชล.

ด้านนโยบายมีคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (นปท.) รองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย รัฐมนตรี และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ ด้านการบริหาร

มีคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (คณะกรรมการบริหาร ศรชล.) อธิบดี หัวหน้าส่วนราชการ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นรองผู้อำนวยการ ศรชล. และเสนาธิการทหารเรือ เป็นเลขาธิการ ศรชล.

ประชุม ครั้งนี้ มี อธิบดี ผู้แทนกระทรวง ผู้แทนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค และผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัด ผู้ว่าราชการ 22 จังหวัดชายทะเล เข้าร่วมการประชุม

เพื่อเตรียมการรองรับการยกระดับการทำงานของ ศรชล. อย่างเต็มรูปแบบ ตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ให้ผู้บริหารระดับสูงของคณะกรรมการบริหาร ศรชล.

และระดับบริหารภายใน ศรชล. ได้รับทราบในการเตรียมแผนงานการขับเคลื่อนคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (นปท.)

โดยเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 มีมติคณะรัฐมนตรีให้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ประธาน นปท.) ตั้งแต่ 9 เมษายน 2562

จาก ศรชล.เดิม คือศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อ 9 มกราคม พ.ศ.2541 ณ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศปก.ทร.)

ทั้งนี้ด้วยสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงทางทะเลมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของภัยคุกคาม มีการแสวงและใช้ประโยชน์ทางทะเลและมีมูลค่าของผลประโยชน์มากขึ้นทำให้เกิดปัญหา

และสิ่งท้าทายทั้งในรูปแบบเดิมและแบบใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นการยากที่กลไกใด กลไกหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยลำพัง

การทำหน้าที่ด้วยเพียงการประสานการปฏิบัติอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีกลไกรองรับการบูรณาการทั้งในระดับนโยบาย

จึงมีการศึกษาถึงรูปแบบการทำงานแบบในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่เหมาะสม คือ Coordinating Coast Guard หรือการปฏิบัติในลักษณะ Joint Interagency Task Force เพื่อลดข้อจำกัดการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในลักษณะการบังคับกฎหมายแยกส่วน

โดยเป็นการสนธิขีดความสามารถความเชี่ยวชาญขององค์กร ทรัพยากรบุคคล และหน่วยเรือเพื่อให้สามารถตอบรับกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในอนาคต

โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยมีคำย่อว่า “ศรชล.” มีฐานะเป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะมีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

โดยวิธีการปฏิบัติราชการ และการบริหารงาน การจัดโครงสร้าง การแบ่งส่วนงาน และหน้าที่ และอำนาจของส่วนงานและอัตรากำลังให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เพื่อให้การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด และครอบคลุมในทุกมิติทั้งด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย เพื่อให้ “รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ให้มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” อยู่คู่ประเทศไทยตลอดไป