One Network

 

“ผบ.สูงสุด”สั่งทำระบบOne Network โทรคมนาคมทหารร่วมกองทัพไทย เป็นเครือข่ายหลัก เหล่าทัพ รองรับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี Thailand 4.0 /แผน เสริมสร้างขีดความสามารถด้านปฏิบัติการไซเบอร์ ของ กองทัพเรือ รองรับภัยคุกคามไซเบอร์ ที่รุนแรงมากขึ้น/ ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ

พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ที่ กองบัญชาการกองทัพอากาศ

พลตรีกฤษณ์ จันทรนิยมโฆษกกองทัพไทย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้ประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและทบทวนการปฏิบัติงานของเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การบูรณาการระบบโทรคมนาคมทหารร่วมกองทัพไทยให้เสมือนเป็นระบบเดียว (One Network) ของ กองบัญชาการกองทัพไทย

โดยกรมการสื่อสารทหาร ได้พัฒนาระบบโทรคมนาคมทหารที่สามารถครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งสามารถรองรับการเชื่อมต่อเครื่องมือได้อย่างหลากหลายเพื่อใช้เป็นเครือข่ายหลักให้กับเหล่าทัพเชื่อมต่อเข้าหากัน ตั้งแต่ระดับกองบัญชาการเหล่าทัพ จนถึงระดับหน่วยทางยุทธวิธี นับว่าเป็นการบูรณาการขีดความสามารถในภาพรวมของกองทัพไทย

ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ระยะ20 ปี กรอบแนวคิด Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติการร่วมตามแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางเพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติสืบไป

การเสริมสร้างขีดความสามารถด้านปฏิบัติการไซเบอร์ ของ กองทัพเรือ ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงระดับชาติที่นับวันจะทวีความรุนแรง ซับซ้อน และขยายผลกระทบเป็นวงกว้าง

ซึ่งกองทัพเรือในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ตระหนักถึงภัยคุกคามดังกล่าว จึงได้ส่งเสริมและเสริมสร้างในด้านต่างๆ

ดังนี้ ด้านการเสริมสร้างกำลังพล ด้านองค์วัตถุ ด้านนโยบาย รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือในฐานะสมาชิกประชาคมไซเบอร์กองทัพไทยและกระทรวงกลาโหมกันอย่างใกล้ชิด

ดังนั้นกองทัพเรือ จึงดำรงและปฏิบัติบนหลักการ “รู้เขา รู้เรา”

ซึ่งจากการดำเนินการเสริมสร้างและพัฒนาขีดความสามารถการปฏิบัติการทางไซเบอร์ทั้งเชิงป้องกันและป้องปราม มาแล้วนั้น จะทำให้กองทัพเรือมีความพร้อมในการเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่จะเกิดขึ้นและคงขีดความสามารถในปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเล

และภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นกองทัพที่มีความพร้อมรบในทุกมิติอย่างแท้จริง

การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ของ กองทัพอากาศ ไม่ว่าจะเกิดสาธารณภัยขึ้นเมื่อไรหรือที่ไหน กองทัพอากาศเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานภาครัฐที่มีการเตรียมความพร้อมการปฏิบัติภารกิจในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติอยู่อย่างสม่ำเสมอ

เนื่องจากปัจจุบันภัยพิบัติทางธรรมชาตินับได้ว่าเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น

สำหรับภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัยภายในประเทศ กองทัพอากาศได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศขึ้น เพื่อเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ดูแล

พร้อมทั้งกำกับการปฏิบัติภารกิจนี้ในภาพรวม และประสานงานกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยโรงเรียนการบินและศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบินต่างจังหวัดทั้ง 11ศูนย์ ครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยคุณลักษณะ และขีดความสามารถของกำลังทางอากาศที่สามารถเข้าสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เสริมสร้างและรักษาดุลยภาพของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นอกจากนี้กองทัพอากาศยังบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงและความร่วมมือทางทหารอาเซียนด้วยการใช้กลไกและเวทีระหว่างประเทศทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคีที่ได้จัดตั้งไว้แล้วในทุกระดับ

เช่น กรณีเกิดอุทกภัยขนาดใหญ่ในแขวงอัตตะปือ และแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่าง 24-27 กรกฎาคม 2561

การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาพสังคมปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบ มีการขยายตัวเป็นวงกว้างและสลับซับซ้อน มีการนำเทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

รวมทั้งมีแนวโน้มที่บุคคลต่างชาติเข้ามามีส่วนรวมในการกระทำความผิด และมีลักษณะเป็นขบวนการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ตลอดจนเป็นภัยต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเหล่านี้ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศทุกรูปแบบ บังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ตลอดจนใช้มาตรการตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในยุคสังคมดิจิทัล