ระบบผสม ทั้งเกณฑ์และสมัครใจ

 

กลาโหม แจง เกณฑ์ทหาร ปีละ1 แสนคน แต่ส่งไปชายแดน-ใต้ 33% มีทหารอยู่ทำงานสารพัด แค่7หมื่นคน หรือ 67% ยันใช้ระบบเกณ์ทหารผสมสมัครใจ เหน็บ ยุค “ทักษิณ”ใช้วาทกรรม over react ตำหนิทหารดูแลปกป้องชายแดน ชี้ทหารรบ เพราะรัฐบาลสั่งการทั้งสิ้น /ยันจำเป็นต้องเกณฑ์ทหารต่อ เพราะสมัครใจไม่ถึง ครึ่ง/ .ชี้ใกล้หมดยุค “ผู้กองยอดรัก” แล้ว .ไม่มีใช้พลทหารซักผ้า เดี๋ยวนี้ ใช้เครื่องซักผ้าแล้ว ชี้ พลทหารรับใช้ และพลทหาร ตามบ้าน”นาย” มีน้อยลงมาก และแทบจะไม่มีแล้ว ยัน ต้องคำนึงถึงเกียรติและศักดิศรี และให้หลีกเลี่ยงการใช้พลทหารไปในทางที่ไม่เหมาะสม พร้อมลดไขมัน แต่ต้องไม่กระทบมิติความมั่นคง ยันห้ามทำร้ายพลทหาร เป็นนโยบายใครทำโดนลงโทษ หนักสุด อยู่ไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาโดนย้ายด้วย

พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เปิดแถลงชี้แจงเรื่องการเกณฑ์ทหาร หลังจากที่นักการเมืองโจมตี กองทัพ และประกาศหาเสียง ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

พลโทคงชีพ ระบุว่า การเกณฑ์ทหาร เป็นเรื่องความมั่นคง กองทัพมีหน้าที่ต้องเตรียมกำลัง และใช้กำลังตามอำนาจหน้าที่ของทหาร ดูแลชายแดน รวม 5,671 กม. เป็น ชายแดนทางบก 3,527 กม.และทางน้ำ2,144 กม.

โดยกำลังทหาร 1ใน3 ใช้ในการเูแลชายแดน รวมทั้งชายแดนภาค ใต้
และอีก 2ใน3 ฝึก และ ดูแลภายในประเทศ

พลทหารประจำการ ถือเป็นกำลังพลหลักของ กองทัพ เป็นคนหนุ่มที่หมุนเวียนมารับใช้ชาติ

ปัจจุบัน เป็นภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่สงคราม

โดยย้อนอดีต ว่าเรามีศึกสงคราม 2437 วิกฤติการณ์ รศ.112 สงครามฝรั่งเศส -สยาม เรื่อยมา จนมามี
พรบ.รับราชการทหาร 2497 เพื่อเตรียมกำลังอย่างถูกต้อง

โดยหลัง สงครามคอมมิวนิสต์เวียดนาม กองทัพเรามีขนาดใหญ่ขึ้น

2531- สมรภูมิ ร่มเกล้า ไทย-ลาว
2544 สงคราม ไทย-เมียนมา ขนาดใหญ่ สูญเสียพอสมควร มีวาทกรรม ว่า over react ออกมา และ ในปี 2554 การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เขาพระวิหาร

“สถานกาารณ์เราคาดเดาไม่ได้ แม้จะเป็นอาเซี่ยน แล้ว ก็ยังคงมีการสู้รบ กระทบกระทั่งที่ชายแดน เรา ไม่แน่ใจว่า เราจะควบคุมได้หรือไม่. กองทัพกลไกของรัฐบาล ซี่งที่ผ่านมา ก็เป็นการสั่งการของรัฐบาล ทั้งสิ้น

ความต้องการในการเกณฑ์ทหาร นั้น ใน ปี2546 เรามีทหารกองเกิน จำนวน 6-7 แสน และ มารับการตรวจเลือก 5-6 แสนคน และ ปัจจุบัน มีผู้รับการตรวจเลือก 4-5 แสนคน ในปี 2555 มารับการ ตรวจเลือก 5 แสนต้นๆ

แต่พบว่า มีชายไทย ที่ไม่ได้ขนาด และ ขอผ่อนผัน ไม่ได้รับการตรวจเลือก

สรุปว่า ในแต่ละปี กองทัพต้องการ 1 ใน 5 ของ ผู้รับการตรวจเลือก หรือ ราว1 แสนคนต่อปี

สมัยก่อน มีผู้สมัครใจ 20%
ต่อมา ในปี 2552-2555 สมัครใจ 26%
ปี2555-2557 สมัครใจ 32% และ ต่อมา เพื่มขึ้น สมัครใจ 46%

จะเห็นว่า มีคนสมัครใจ เป็นทหารมากขึ้น ทั้ง นายทหาร นายสิบ นายร้อย เพราะมีความภูมิใจในกองทัพ

ทั้งนี้.ในจำนวน 1 แสนคนที่เกณฑ์เข้ามานั้น เป็นคนที่ ผ่อนผัน 3 หมื่น
จึงมีที่อยู่ แค่7 หมื่นคน
และมีพลทหารที่อยู่ครบ2 ปี แล้วสมัครใจขออยู่ต่อ 1,800 คน ทำให้ ลดยอดความต้องการทหาร ลงไปได้อีก

เราต้องการให้มีการสมัครใจให้มากที่สุด แต่ก็ไม่สูงนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ต้องการสมัครเป็นทหารรู้สึกถึงความมีเกียรติภูมิของกองทัพหรือไม่ถ้ารู้สึกว่าได้รับเกียรติ ก็จะมาสมัครใจมากขึ้น

ทั้งนี้ จำนวนพลทหารที่เราเกณฑ์มา ปีละ 1 แสนคนนั้น จะแบ่งทหารไปทำหน้าที่ ที่ชายแดน และภาคใต้ 33%
ส่วนอีก 67% ดูแลภายในประเทศ ทุกภารกิจ และช่วยเหลือประชาลน และในจำนวนนี้ 30% ต้องเตรียมกำลัง 1 ปี เพื่อไปหมุนเวียนทำหน้าที่ ที่ชายแดนแทน ไปดูแลชายแดนทั้ง7 กองกำลัง

ทั้งนี้ ใน7 หมิ่นกว่าคน นั้น มีบางส่วนที่เป็นทหาร ไม่ถึง2 ปี เช่น6เดือน 1 ปี ขึ้นอยู่กับวุฒิการศึกษา ที่ต้องมารออยู่ส่วนกลาง

“เป็นลูกหลานเราทั้งนั้น ที่ มาดูแลความมั่นคง และช่วยเหลือประชาชน”

ทั้งนี้ในประเทศต่างๆในโลกจำนวน 39 ประเทศ ในยุโรปและมหาอำนาจที่ยังคงมีการเกณฑ์ทหารอยู่และใน 13 ประเทศไม่มีการเกณฑ์ทหารแล้วและอีก 29 ประเทศ กำลังจะกลับมาเกณฑ์ใหม่ เช่น โรมาเนีย ฝรั่งเศส อิตาลี และเยอรมัน

สวีเดน เคยเลิกไป ในปี2010 และ กลับมาเกณฑ์ ใหม่2008 จอร์แดน
ลิธัวเนีย

ทั้งนี้เพราะ แม้จะสมัครใจ แต่ไม่เพียงพอ และต้องตรวจเลือกเข้ามา เราจึงใช้ระบบเกณฑ์ทหารแบบผสมทั้งสมัครใจและเกณฑ์ควบคู่กันไป หน้าที่สิงคโปร์ เกณฑ์ทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้ที่มาเป็นทหารแบ่งออกเป็น 3กลุ่ม คือ 1 . คนที่อยากเป็นทหาร และสมัครใจมาเป็นทหาร
2.พวกที่คิดทำหน้าที่ชายไทย ตาม กม. และมาจับสลาก 3.พวกที่ไม่ต้องการเป็นทหาร แม้จะมีแรงจูงใจ มาก แค่ไหน ก็ตาม

ขณะที่ คนที่เรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร (รด. ) ก็สามารถ งดเว้น เป็นทหาร ลดเวลา และบรรจุในบัญชีกำลังสำรอง สำหรับในยามวิกฤติได้

พลโท คงชีพ กล่าวว่า ชายไทยที่ผ่านเกณฑ์ทหาร ทุกคน จะเป็นผู้นำ ครอบครัว และสังคมที่ดี มีวินัย มีคุณภาพ การเป็นทหารให้อะไรมากกว่าที่คิด แม้หวังตั้งสงบจงเตรียมรบ ให้พร้อมสรรพ์

เมื่อถามว่า สังคมยังคลางแคลงใจ ว่า ในจำนวน1 แสนคนที่เกณฑ์มาเป็นทหาร แต่ส่งไปเป็นพลทหารรับใช้ พลทหารตามบ้าน ผู้บังคับบัญชา ที่น่าจะเป็นส่วนไขมันที่ควรต้องลด ได้ นั้น พลโทคงชีพ กล่าวว่า มีน้อยมาก และเกือบไม่มีแล้ว เพราะเราคำนึงถึงเกียรติและศักดิศรีความเป็นมนุษย์ และให้หลีกเลี่ยงการใช้พลทหารไปในทางที่ไม่เหมาะสม

“พลทหารที่มาซักผ้า แบบในละครผู้กองยอดรัก ไม่มีแล้ว เดี้ยวนี้มีเครื่องผ้า แล้ว เราต้องช่วยดูแลเกียรติภูมิทหาร ด้วย

แต่ หากลดทหารกองประจำการแล้วจะ รองรับภารกิจปัญหาได้มั้ย

“พลทหาร เป็นรั้วของชาติ เป็นรั้วที่มีจิตใจ หากมีการลิดรอน ทำลาย ศักดิศรีทหารแล้ว ใครเล่า จะอยากสมัครมาเป็นทหาร เราตัองกลับมาทบทวน และให้เกียรติ ให้กำลังใจในการทำงานทำหน้าที่ ให้ชายไทยภูมิใจ เพื่อที่จะเข้ามาสมัคร เป็นทหารให้มากขึ้น” พลโทคงชีพ ระบุ

พร้อมรับทุกข้อคิดเห็น แต่ต้องไม่กระทบมิติงานความมั่นคง กองทัพของประชาขน หากรัฐบาลต้องการให้ปรับลด เราก็พร้อม แต่ด้านมิติความมั่นคง ต้องดูให้รอบคอบ ไม่ให้กระทบ การดูแลผลประโยชน์ของชาติ

“เราก็ต้องการ จะลดไขมัน โดยนำเทคโนโลยี่เข้ามาแทนที่ แต่ก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น และการใช้ระบบเฝ้าตรวจ ที่ชายแดน เพื่อลดคน” โฆษกกลาโหม ระบุ

ส่วนการทำร้ายร่างกายคนทหารจนเสียชีวิตและบาดเจ็บอาจมีส่วนทำให้ชายไทยไม่อยากเป็นทหารนั้น พลโท คงชีพ กล่าวว่า เป็นนโยบายที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าห้ามไม่ให้พลทหารรุ่นพี่หรือครูฝึก ทำร้ายร่างกายพลทหาร เพราะมีโทษถึงขั้นปลดออก อยู่ไม่ได้ อีกทางบังคับบัญชาตามลำดับชั้นจะต้องรับผิดชอบด้วยการโยกย้าย

ทั้งนี้ในโซเชียลมีเดีย มีการนำคลิปเก่ามาออก เพิ้อที่สร้างความเข้าใจผิดสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีทำให้คนไม่อยากเป็นทหารเพราะใช้ความรุนแรง

ทั้งรมวกห. ผบ.เหล่าทัพ ดีนโยบายห้ามไม่ให้กระทำโดยเด็ดขาดจะโดนโทษทางวินัยอย่างถึงที่สุด

สั่งตอนนี้ทุกหน่วยได้อนุญาตให้พลทหารสามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อกับทางครอบครัวได้จึงทำให้หายกังวล

ส่วนการที่พรรคการเมืองต่างๆเช่นพรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ หากเข้ามาเป็นรัฐบาล จะชี้แจงอย่างไรนั้น พลโทคงชีพ กล่าวว่า
พรรคเหล่านี้ ก็เคยทำงานการเมืองมา และมีหน้าใหม่บ้าง แต่ก็ยึดโยงกับบางกลุ่ม เพราะฉะนั้นอย่าเอาไปหาเสียง และพร้อมทำความทำเข้าใจมิติความมั่นคง

แม้เราจะไม่มี ภาวะสงคราม แล้ว การ
แต่การรักษาดุลยอำนาจ ได้ โดยไม่ต้องรบ การไม่รบคือ ชัยชนะร่วมกัน ไม่ต่องล้มตาย ไม่ต้อง บาดหมาง ไม่ต้องสูญเสีย ชีวิตลูกหลาน นี่คือความเก่ง มิใช่หรือ โดยไม่ต้องใช้กำลังทหาร เป็นเรื่องที่ทหารต้องทำ

การสู้รบ ต้องมีคนแพ้คนชนะมีการสูญเสียซึ่งก่อนลูกหลานเราทั้งนั้น การรบชนะ แบบไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่เหมาะสมและทันสมัยก็เท่ากับเราส่งเข้าไปตายในสนามรบ

ทหารก็คือประชาชนทำหน้าที่ในการป้องกันประเทศในเชิงรับไม่คิดออกไปรุกรานใครเราไม่ต้องมีกองทัพใหญ่โตแต่ต้องทันสมัยและมีกำลังเพียงพอที่จะรองรับเหตุการณ์ที่ชายแดนได้
ไม่ใช่เว่อร์ หรือคิดการใหญ่ ที่จะมีกองกำลังใหญ่โต

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเกิดอะไรก็ทหารปัญหาค่าทางด่วนปัญหาน้ำท่วมผักตบชวา ลอกท่อ คูคลองก็ทหาร

ทั้งนี้ทุกพรรคการเมืองเคยเป็นรัฐบาลมาแล้วย่อมเข้าใจดี จึงควรหาเสียง ให้เหมาะสม และดูว่า ให้ใช้ดุลยพินิจ

“ทหารทำงานด้วยแรงศรัทธา อุดมการณ์ ไม่ใช่จ้างด้วยเงิน เพราะเงินซื้อสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ไม่ควรตีค่าความรับผิดชอบต่อแผ่นดิน ความรักชาติ เป็นเงิน การดูแลแผ่นดินเกิด และความมั่นคงของชาติ เป็นหน้าที่ของทุกคน”พล.ท.คงชีพ กล่าว