วันศุกร์, 14 สิงหาคม 2563

จาก “บิ๊กโจ๊ก” มา “บิ๊กเบิ้ม” ปราบหนี้นอกระบบ ต่อเนื่อง ตามบัญชา”ตู่-ป้อม-แป๊ะ”

10 ก.ค. 2020
71

จาก “บิ๊กโจ๊ก”
มา “บิ๊กเบิ้ม”
ปราบหนี้นอกระบบ ต่อเนื่อง
ตามบัญชา”ตู่-ป้อม-แป๊ะ”
เผย 1เดือน “ศปน.ตร.”
รวบ 400 เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ยึดทรัพย์กว่า 200 ล้าน
พบ มีปัญหา ในพื้นที่ รอยต่อ กทม.-ปริมณฑล มากสุด
แก๊งหมวกกันน็อค ทวงหนี้ วิธีสุดฮิต!
เผย กู้ยืมเงินผ่านระบบออนไลน์ Application มากขึ้น

พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
( ศปน.ตร. ) แถลงผลการดำเนินการของ ศปน.ตร. ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา

พบมีการจับกุมกระทำความผิด เกือบ 400 ราย และตรวจยึดของกลางมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท

ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ

จึงสั่งการให้พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฃ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้แก่ประชาชน ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ มอบหมายให้ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / ผอ.ศปน.ตร. เร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพล บุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย และ เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือมีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน หรือทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย

โดย ศปน.ตร. ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อ8 มิถุนายน 2563 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า1เดือน มีผลการดำเนินการกับกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ

• รับแจ้งและดำเนินการ จำนวนทั้งสิ้น​​​801​เรื่อง
• ดำเนินการเสร็จสิ้น จำนวน ​​​​513​เรื่อง
– จับกุม​​​​​​​355​คดี
ผู้ต้องหา​​​​​​393​ราย
ของกลาง รถยนต์ รถจักรยานยนต์​​​124​คัน
โฉนดที่ดิน​​​​​​44​ฉบับ
– เรื่องทางแพ่ง คู่กรณีประสงค์ไปใช้สิทธิทางศาล ​6​เรื่อง
– ไกล่เกลี่ยประนีประนอม จำนวน ​​​56​เรื่อง
– ไม่พบการกระทำความผิด​​​​96​เรื่อง
• อยู่ระหว่างดำเนินการ ​​​​​288 ​เรื่อง

เมื่อแยกดูรายละเอียดรายพื้นที่ พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบส่วนใหญ่กระจายอยู่ในเขตปริมณฑล โดยพบในพื้นที่ของ ตำรวจภูธรภาค 1 และ 2 เป็นจำนวน 223 เรื่อง และ 101 เรื่อง ตามลำดับ

​โดยในจำนวนนี้พบว่า ลักษณะการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สามารถแบ่งออกเป็นลักษณะต่างๆ ของการกระทำความผิดได้ดังนี้

• ดอกเบี้ยเกินอัตรา​จำนวน ​587​เรื่อง​​คิดเป็นร้อยละ​73.28
• แก๊งหมวกกันน็อค​ จำนวน ​131​เรื่อง​​คิดเป็นร้อยละ​16.35
• กู้ออนไลน์​​จำนวน ​49 ​เรื่อง​​คิดเป็นร้อยละ ​6.12
• จำนำรถ​​​จำนวน ​12​เรื่อง​​คิดเป็นร้อยละ​1.50
• วางหลักประกัน​​จำนวน ​9​เรื่อง​​คิดเป็นร้อยละ​1.12
• จำนอง/ขายฝากที่ดิน​จำนวน ​8​เรื่อง​​คิดเป็นร้อยละ​1.00
• อื่นๆ​​​จำนวน ​5​เรื่อง ​​คิดเป็นร้อยละ​0.63

พลตำรวจโท ปิยะ กล่าวว่า “ปัจจุบันพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่รอยต่อของกรุงเทพมหานคร กับเขตปริมณฑล 

โดยการกระทำความผิดส่วนใหญ่ เป็นในลักษณะของกลุ่มคนรู้จักคุ้นเคยทำการกู้ยืมเงินกันโดยมีการเรียกดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่า ที่กฎหมายกำหนด

รองลงมาคือ”แก๊งหมวกกันน็อค” และปัจจุบันที่พบการกระทำความผิดมากขึ้น

โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กระทำผิดและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง คือ การกู้ยืมเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือ Application ต่างๆ

ตลอดจนรวมไปถึงการกู้ยืมเงินในลักษณะที่เป็นการอำพรางเพื่อปกปิดความผิด เช่น การเช่าซื้อสินค้าในรูปแบบต่างๆ

สำหรับบุคคล กลุ่มบุคคล หรือเจ้าหนี้นอกระบบ ที่ยังมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับ การปล่อยเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย ขอเตือนให้หยุดการกระทำในทันที ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการอย่างเฉียบขาด โดยบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในทุกฐานความผิด

ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ , พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ฯ ,​ ประมวลกฎหมายอาญา , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการ ฟอกเงินฯ​ รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อกวาดล้างนายทุนเงินกู้นอกระบบอย่างจริงจัง

สำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับ เงินกู้นอกระบบ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 1 อาคาร กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

หรือโทรศัพท์สายด่วน 1599 และ 0 2255 1898 ตลอด 24 ชั่วโมง

error: Content is protected !!