วันพฤหัสบดี, 13 สิงหาคม 2563

ตั้ง “ศบค” เศรษฐกิจ

10 ก.ค. 2020
42

ใช้ โมเดล “ศบค.” แก้โควิดฯ มาตั้งศูนย์ฟื้นเศรษฐกิจ หลัง”บิ๊กตู่” ประชุม ที่ปรึกษาเศรษฐกิจระดับหัวกะทิ ยึดการทำงานรวมศูนย์ single command จัดการ ฟื้นฟู กระตุ้น เยียวยาปากท้อง ชาวบ้าน จนถึง SMEs สั่งฝ่ายกม.ศึกษา จะตั้งได้อย่างไร

หลัง พลเอกประยุทธประชุม ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ แล้ว….
.นาย กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ที่ประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูด้านที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

โดยนายกฯ ได้สั่งให้ทางทีมกฎหมายของรัฐบาลไปดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อตั้งศูนย์นี้ ขึ้นมา. โดยเน้นงานทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก

ซึ่งศูนย์นี้จะยึดแนวทางการทำงานเหมือนกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19(ศบค.) เพราะเห็นว่า การทำงานของ ศบค. ประสบความสำเร็จ จึงน่าจะมีศูนย์ในลักษณะนี้มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วย

เรื่องนี้เป็นข้อเสนอในที่ประชุมที่มีหลายคนเสนอขึ้นมา และนายกฯ ก็รับข้อเสนอ

การทำงานของศูนย์นี้รูปแบบยังไม่ออกมาเพราะนายกฯ ขอให้ทีมกฎหมายไปดูในเชิงกฎหมายว่าจะตั้งมาเป็นในลักษณะใดได้บ้าง

แต่ในเบื้องต้นจะทำงานคล้ายกับ ศบค. มีการรวมศูนย์เพื่อแก้ไขปัญหาโควิดจนประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจกับการดูแลไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด

ซึ่งศูนย์นี้จะไปคิดแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ และแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชนที่มีสายป่านไม่พอเพียง

เตรียมความพร้อมรับเด็กจบใหม่กว่า 5 แสนคน รวมทั้งช่วยกลุ่มเอสเอ็มอี โดยยึดความสมดุลระหว่างการดูแลเรื่องโควิดกับปากท้องประชาชนด้วย

ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบข้อเสนอจากส่วนต่างๆ เช่น มาตรการผ่อนคลายด้านเศรษฐกิจ การสนับสนุนเอสเอ็มอี การดูแลภาคการท่องเที่ยว และการดูแลความเดือดร้อนของผู้ประกอบการด้านต่างๆ

โดยนายกฯ ยืนยันว่า จะต้องทำงานแบบนิวนอร์มัล รับฟังข้อเสนอจากระดับล่างขึ้นมาถึงระดับนโยบาย

พร้อมกันนี้พิจารณาเรื่องงบประมาณในภาพรวมที่ใช้แก้ปัญหาในครั้งนี้ทั้งหมดว่าจะใช้ได้อย่างไรบ้าง เช่นเดียวกับการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่างๆ กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้ใช้เวลาเสนอรายละเอียดรวมกันกันนานกว่า 3 ชั่วโมง

โดยขั้นตอนจากนี้จะมีการรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดมาจัดลำดับความสำคัญ ก่อนนำเข้าไปหารือในครม.เศรษฐกิจต่อไป

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ในข้อเสนอครั้งนี้มีหลายเรื่อง เช่น การช่วยเหลือเอสเอ็มอี. ผ่านการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ หรือเพิ่มสภาพคล่องผ่านกองทุนต่างๆ โดยเฉพาะกองทุนเอสเอ็มอีที่จะจัดตั้งขึ้นมา เบื้องต้นกองทุนนี้จะมีวงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

แต่ต้องหารือกับคณะกรรมกลั่นกรองฯ เพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง หรือการเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อให้ผ่านโครงการพีจีเอสระยะที่ 9 รวมทั้งการเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเปิดทางให้จัดซื้อจัดจ้างเอสเอ็มอีที่เสนอราคามาสูงกว่าหน่วยงานอื่นๆ ได้ประมาณ 10 %

ส่วนการท่องเที่ยวก็มีแนวคิดการกระตุ้นเดินทางเมืองรอง หรือออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ชิมช้อปใช้ และทำแพล็ตฟอร์มการจองที่พักที่เป็นของคนไทยด้วย

“ที่ประชุมยังคุยกันถึงสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งตัวเลขที่เห็น ณ วันนี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก จากการประมาณการของไอเอ็มเอฟ ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะติดลบ 4.9% จึงไม่แปลกใจว่าเศรษฐกิจในปีนี้ของทุกประเทศจะแย่ทั้งหมด โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 จะแย่ที่สุด เพราะหลายประเทศตัดสินใจล็อกดาวน์พร้อมๆ กัน ทำให้ไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น ดังนั้นตัวเลขเศรษฐกิจเดือน เม.ย.-พ.ค.จะแย่ ตอนนี้เห็นตัวเลขของประเทศไทยแล้ว ส่งออกติดลบ 22% ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมติดลบ 20% และนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 0 เช่นเดียวกับการบริโภคการลงทุนติดลบ 10% ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ไม่เคยเห็นตัวเลขแบบนี้มาก่อน และเป็นตัวเลขที่ทำลายสถิติตั้งแต่ที่เคยมีมา”

error: Content is protected !!