วันอาทิตย์, 12 กรกฎาคม 2563

รัฐสภา ที่ควรจะเป็น !

29 มิ.ย. 2020
26

 

“เสืออากาศ 24/7” เขึยนบทความ เนื่องใน 88 ปี รัฐสภาไทย 28มิถุนายน 2475” กระตุ้น ให้ “รัฐสภาไทย” กลายเป็น สถานที่ สำหรับ นักวิทยาศาสตร์-นักคณิตศาสตร์ ได้ออกความเห็น บ้าง
ไม่ใช่แค่ เวทีของ นักการเมือง
ชี้ บ้านเมืองไทยนั้น “เริ่มต้น” ที่ “รัฐสภาไทย” “
“รัฐสภาไทย” ต้องเป็น “แหล่งต้นน้ำชักนำ” ให้คนไทยฉลาด ร่วมกันสร้างความฉลาดทางด้าน “วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์-คณิตศาสตร์-วิศวกรรม

.

โดยระบุว่า …..88ปี รัฐสภาไทย-วันแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย ”นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย เมื่อปี 28มิถุนายน2475”

รัฐสภาไทย
“อยากให้นักวิทยาศาสตร์ไทย/นักคณิตศาสตร์ไทย ได้พูดได้คุยได้ออกความเห็น ในรัฐสภาไทยกันบ้าง!!!”
-รัฐสภาไทย มิใช่เป็นเวทีของนักพูด เพียงกลุ่มเดียว
-รัฐสภาไทย มิใช่เป็นเวทีของนักสังคมศาสตร์เพียงกลุ่มเดียว
-รัฐสภาไทย มิใช่เป็นเวทีของนักการเมือง พ่อค้า นายทุนเพียงกลุ่มเดียว
-รัฐสภาไทย มิใช่ เป็นเวทีของอดีตข้าราชการ/ทหาร/ตำรวจเพียงกลุ่มเดียว

-รัฐสภาไทย สมควรเป็นเวทีของนักวิทยาศาสตร์/นักคณิตศาสตร์/วิศวกร …นักวิชาการ/นักวิจัย…บ้าง!

หากเป็นเช่นนี้ แล้ว…
..ธุรกิจการเมืองก็จะเบาบางและหดหายลงไป
…ปัญญาไทยก็จะมีเกิดขึ้นตามมา
…คนฉลาดคนดี มีปัญญาก็จะเข้ามาปกครองบ้านเมือง!!!

นักพูด+นักสังคมศาสตร์(รัฐศาสตร์-นิติศาสตร์-รัฐประศาสนศาสตร์-นิเทศศาสตร์-มนุษย์ศาสตร์….) + นักการเมืองพ่อค้านายทุน + อดีตข้าราชการ/ทหาร/ตำรวจ… ในรัฐสภาไทย ตลอดระยะเวลามายาวนาน88 ปีนั้น ก็ยังไม่สามารถชักนำคนไทยทั้งประเทศ รวมตัวกันสร้างพลังปัญญากัน ขึ้นมาทำการ ใดได้

ก) ไม่สามารถ พัฒนายกระดับบ้านเมืองไทยให้เจริญก้าวหน้าได้

ข)ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ค้างคาสะสมในสังคมไทยได้ !!

A) การพัฒนายกระดับบ้านเมืองไทยให้เจริญก้าวหน้าบนสภาพโลกาภิวัตน์ทางวิทยาศาสตร์(ประยุกต์)ต้องใช้ “ปัญญาไทย” มากมายมหาศาล

กล่าวคือ ต้องใช้ “ปัญญาไทย” ทางด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์/วิศวกรรม + “ปัญญาไทย” ทางด้านสังคมศาสตร์ ที่มีตรรกะสูงสุด บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติรอบตัว คนไทยบนผืนแผ่นดินไทยแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ

(มิใช่นำเข้าสินค้านวัตกรรมสำเร็จรูปแบบเบ็ดเสร็จมาจากต่างประเทศ

-มิใช่ลอกเลียนแบบจดจำการปกครองในระบอบ/บนหลักการ”ประชาธิปไตย -เสรีนิยม/ทุนนิยม” + “คอมมิวนิสต์” จากต่างประเทศ: ฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกัน เยอรมัน สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ….รัสเซีย จีน มาใช้ในประเทศไทย)

B)การแก้ปัญหาที่ค้างคาสะสมในสังคมไทย(แล้งจัด/ร้อนจัด/ฝุ่นจัด-เผาจัด- ท่วมจัด)ก็ต้องใช้ปัญญาไทยมากมายมหาศาล กล่าวคือต้องใช้ปัญญาทางด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์/วิศวกรรม + สังคมศาสตร์ที่มีตรรกะสูงสุดบนวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ รอบตัวคนไทยบนผืนแผ่นดินไทยแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ

(มิใช่นำเอาปัญญาของชาวต่างชาติทางด้านเทคโนโลยี/นวัตกรรม-กับ-ทางด้านการปกครองมาใช้ในประเทศไทยอย่างไม่ลืมหูลืมตา/มิได้พิจารณาความเหมาะสมอย่างถ่องแท้)

ดังนั้น A/การพัฒนายกระดับ + B/การแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาด .. จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเกิดมีขึ้นในเวทีรัฐสภาไทย …

A + B …ถึงปัจจุบันมีมากน้อยเพียงใด ???

…รัฐสภาไทย “ให้เวลา/ใช้เวลา” ให้ความสำคัญกับบริบททางวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์/วิศวกรรม(ตำแหน่งงานเกษตรกรรม-อุตสาหกรรม-เทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิตอล)ในบทบาททางสังคมไทยในการใช้มันเป็นฐานรากสำคัญของการขับเคลื่อนการก้าวเดินของประเทศไทย(การพัฒนายกระดับประเทศอย่างจริงจังบน “ปัญญาไทย”)กันมากน้อยเท่าไร???ในแต่ละปี(ในแต่ละสมัยประชุม)

…รัฐสภาไทย “ให้เวลา/ใช้เวลา” ให้ความสำคัญกับบริบททางวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์บนการนำไปใช้แก้ปัญหาหมักหมม(แล้งจัด/ร้อนจัด/ฝุ่นจัด..ท่วมจัด)ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยกันมากน้อยเพียงใดในแต่ละปี(ในแต่ละสมัยประชุม)

…รัฐสภาไทย “เสียเวลา” กับการพิจารณาเห็นชอบ/ตามแก้ข้อกฎหมายข้อบังคับกติกา(หยุมหยิม)บนการตีความข้อกฎหมายที่นำมาซึ่งความขัดแย้งไม่ลงรอยกัน(ตามความรู้สึกที่ต่างกัน อันเนื่องจากตรรกะในการคิดที่ต่างคนของสมาชิกรัฐสภาไทยแต่ละคน) /ที่นำมาซึ่งการเอื้อประโยชน์แก่คนบางกลุ่มกันมากน้อยเท่าไรในแต่ละปี(ในแต่ละสมัยประชุม)

ตัวเลข: ชั่วโมง-นาทีที่เป็นตัวเลข “ให้เวลา/ใช้เวลา” กับ “เสียเวลา” ในการประชุมรัฐสภา/ในการประชุมกรรมธิการ/ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการต่างๆจะต้องถูกรวบรวมวิเคราะห์กันอย่างหนักเพื่อให้สังคมไทยได้รู้ได้เห็นได้ทราบ

เรื่องราวใดเป็นเรื่องราวที่ต้องพิจารณาอย่างมีตรรกะ(ทางวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์)ในระดับรัฐสภาก็สมควรกระทำ เรื่องราวใด มิต้องใช้ตรรกะมากถึงขนาดต้องใช้ระดับรัฐสภาเป็นเวทีพิจารณา ก็มิสมควรนำเข้ามาพิจารณาในเวทีรัฐสภา มัน”เสียเวลา”เปล่าประโยชน์

เวลาที่ถูกใช้ของรัฐสภาไทยสมควรถูกนำไปใช้ในการคิดเชิงสร้างสรรค์เพื่อสรรสร้างก่อให้เกิดการชักนำที่ดีในลักษณะของการ “ให้เวลา/ใช้เวลา” ติดพันอยู่กับบริบทของการขับเคลื่อนการก้าวเดินของประเทศตามสภาพโลกาภิวัตน์ที่มัน(ต้อง)อิงติดกับวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์-อิงติดกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติรอบตัวอย่างเหนียวแน่นให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้

-เร่งระดมมันสมองคนไทยให้ลงมือกระทำการสร้าง “ปัญญาไทย” และใช้ “ปัญญาไทย” เพื่อใช้เป็นต้นน้ำของการสร้างกลไกขับเคลื่อนประเทศไทย/ของการสร้างกลไกปกครองสังคมไทยให้เป็นของไทยเราเอง

ทั้งนี้ “ปัญญาไทย” จะต้องอิงติดกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติรอบตัว อย่างแนบแน่น

หากเป็นดังนี้แล้ว”ปัญญาไทย”ก็จะเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการก้าวเดินของประเทศไทยกับการแก้ปัญหาที่หมักหมมในประเทศไทยได้อย่างลงราบรื่น

-เร่งระดมสร้างและใช้”ปัญญาไทย”ทำการกำหนด(วิเคราะห์) “ยุทธศาสตร์ชาติ” บนองค์ประกอบสำคัญของมัน คือ หลักการ/ทฤษฎีของ”ยุทธศาสตร์(ชาติ)”ที่อิงติดกับ 1ภูมิประเทศ/ภูมิศาสตร์/ภูมิรัฐศาสตร์ 2ประวัติศาสตร์
3.พฤติกรรมนิสัยชนชาติ/พฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้นำประเทศ
4.ผลประโยชน์/ภัยคุกคาม-ความท้าทาย
5.องค์ความรู้ภูมิปัญญา/เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่จำเป็น
6.พันธมิตร ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างชาติ(พลังอำนาจของชาติทั้ง 8ด้าน+สถาบันหลักของชาติ-เมืองหลวง-เมือง-ชุมชน- ทำเลที่ตั้ง/ความเป็นศูนย์กลาง-ธรรมชาติบนแผ่นดินของดินแดน) – กลไกการปฏิบัติ(รัฐธรรมนูญ-กฎหมายลูก-ระเบียบคำสั่ง….
ตามที่กล่าวข้างต้น) – ทรัพยากรในประเทศ(ทรัพยากรธรรมชาติ/มนุษย์)

ทั้งนี้ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจน(ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติปัจจุบันก็ได้กำหนด
กลยุทธ์/ประเด็นไว้เป็น6 ประเด็นยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจต้องมีการทบทวนยุทธศาสตร์ชาติให้มีความชัดเจนตรงจริตกับความเป็นประเทศไทยแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น)-ตัวชี้วัด(ความอยู่ดีมีสุข-ความยากจน) –

ค่าเป้าหมาย(เชิงสถิติโดยอาศัย AI=Sensor-System Big Data) – แผนงาน/โครงการ (23แผนงานหลัก: หลายร้อย/หลายพันโครงการ) – “ปัญญาไทย”กับ”งบประมาณรายจ่ายประจำปี”ทั้งในภาคส่วนของรัฐ/เอกชน/องค์การ – รวมถึงแผนการปฏิรูปในกลไกสำคัญ

มันทั้งหมดข้างต้นต้องถูกกระทำบนความเป็นวิทยาศาสตร์โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือผูกโยง

-เร่งระดมสร้างและใช้”ปัญญาไทย”ทำการวิเคราะห์ “ยุทธศาสตร์ชาติ” กับ “ยุทธศาสตร์องค์การ” (ยุทธศาสตร์องค์การของทุกองค์การทั่วทั้งประเทศนั้นมันถือเป็นเพียงระดับ “กลยุทธ์” ในเชิงเปรียบเทียบกับยุทธศาสตร์ชาติ)

โดยต้องเร่งระดมมันสมองทำการวิเคราะห์ในเชิงตรรกะทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ที่มันต้องมีความสอดรับกันทั้งหมดในสถานะที่มันต้องถูกใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการก้าวเดินของประเทศ ซึ่งต้องดำเนินไปอย่างมั่นคงบนการใช้ “ปัญญาไทย” กับการใช้จ่าย “งบประมาณรายจ่ายประจำปี” ของรัฐ

ทั้งนี้ ความละเอียดอ่อนของการพิจารณาด้านการสร้าง “ปัญญาไทย” กับการใช้ “ปัญญาไทย” ต้องเกิดขึ้นในลักษณะเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกันบนตัวเลข “งบประมาณรายจ่ายประจำปี”

โดยมันจะสามารถสื่อถึงความสำเร็จในการ ก)พัฒนายกระดับประเทศ กับ ข)การแก้ปัญหาหมักหมมของชาติได้เป็นอย่างดี

-เร่งระดมสร้างและใช้”ปัญญาไทย”ทำการ(กำหนด)วิเคราะห์ “รัฐธรรมนูญไทย” + “กฎหมายลูก” ในเชิงตรรกะทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ที่มันต้องถูกใช้เป็น “เครื่องมือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ” ควบคู่ไปกับการถูกใช้เป็น “เครื่องมือขับเคลื่อนสังคมให้เป็นสังคมวิทยาศาสตร์” ในลักษณะที่สอดรับกับจริตของประเทศไทย

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญไทยถือเป็นกลไกสำคัญในลักษณะเป็นกรอบสำหรับการพัฒนายกระดับประเทศกับการนำพาการปกครอง(ชักนำ)สังคมไทยในการก้าวเดินอย่างตรงจริตกับประเทศไทยบนดินแดนสุวรรณภูมิ

(มิใช่ระบบการปกครองในระบอบอื่นใดที่ลอกเลียนมาจากต่างประเทศ/ที่ยกเอาทฤษฎี/ปรัชญาจากปัญญาชาวต่างชาติมาใช้ในประเทศไทย)

มันทั้งหมดข้างต้นต้องถูกกระทำบนความเป็นวิทยาศาสตร์โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นปัจจัยเชื่อมโยงให้เกิดการสนธิบูรณาการกัน

# วิเคราะห์/สังเคราะห์บรรดากลไกกฎหมาย(ลูก)/ระเบียบคำสั่งข้อบังคับ..ในเชิงตรรกะทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์อย่างละเอียด(เหมือนกับการออกแบบซอฟต์แวร์)ที่มันต้องมีความสอดรับกันในสถานะที่มันถูกบัญญัติและถูกใช้อยู่ในทั่วทุกองค์การทั้งประเทศให้มันทั้งหมดมีความสอดรับกลมกลืนกัน มิให้มันขัดแย้งกันจนกลับกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศดังเช่นในปัจจุบัน

(กฎหมายที่ขาดตรรกะทางวิทยาศาสตร์/ตัวเลข/เงื่อนไขที่ขาดตรรกะ : กฎหมายนำเข้าสินค้านวัตกรรมต่างชาติ-กฎหมายศุลกากร- …กฎหมายป่าไม้-กฎหมายที่ดิน…กฎหมายภาษี-กฎหมายมรดก …กฎหมายลิขสิทธิ์-กฎหมายส่งเสริมอุตสาหกรรม/การค้า/การตลาดในประเทศ….อีกมากมายหลายกฎหมาย/หลายกฎระเบียบที่ต่างคนต่างบัญญัติขึ้นมาบนความเป็นอาณาจักรของตนเองหาได้ตอบสนองต่อการขับเคลื่อนการก้าวเดินของประเทศชาติบ้านเมืองไม่)

$ กลไกกฎหมาย(ลูก)/ระเบียบคำสั่งข้อบังคับ…ต้องสอดรับกับบรรดาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิต/ศาสนา(พุทธ)/ศิลปะ/ปูมประวัติศาสตร์ที่มันได้ถือกำเนิดสะสมมาจากวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติรอบตัวของชนชาติไทยมายาวนาน

ในการนี้ บรรดากลไกกฎหมาย(ลูก)/ระเบียบคำสั่งข้อบังคับใดๆที่ขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติแล้วก็มักจะก่อปัญหาในเชิงบังคับใช้(การบังคับใช้ไม่ได้ผล)

$ การปฏิรูปประเทศทั้งในเชิงพัฒนายกระดับกับการแก้ปัญหาที่หมักหมมต้องอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือไขปริศนาเท่านั้นมันถึงจะประสบความสำเร็จ สัจธรรมเป็นเช่นนี้

รัฐสภาไทยผ่านมาแล้ว88ปี
รัฐสภาไทยต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ก่อเกิดกลไกกำกับบ้านเมืองไทยให้เป็นวิทยาศาสตร์ให้จงได้
“ปัญญาไทย” จะต้องถูกสร้างและถูกใช้ให้อิงติดกับวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐสภาไทยนี้
“พฤติกรรมไทย” จะต้องถูกสร้างอิงติดกับ “ปัญญาไทย” บนความเป็นวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐสภาไทยนี้ด้วยเช่นกัน

คำถาม???
“ปัญญาไทย” ได้ถูกพูดคุยยกเป็นประเด็นในรัฐสภาไทยมากน้อยเท่าไรตลอดระยะเวลา88ปี???

นี่คือคำถามที่สังคมไทยจะต้องได้รับคำตอบ!!!
หากประเทศไทยมี “ปัญญาไทย” ประเทศไทย/สังคมไทยก็น่าจะเจริญก้าวหน้าขึ้นมาได้ และได้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว!!!
หากประเทศไทยมี “ปัญญาไทย” ประเทศไทย/สังคมไทยก็น่าจะแก้ปัญหาหมักหมมให้หมดสิ้นลงไปได้!!!
ในความเป็นจริง …มันไม่ใช่!!!

“อะไร” คือสิ่งที่ชนชาติไทยในประเทศไทยต้องการอย่างแท้จริง???
1-ธรรมชาติรอบตัว(ป่าเขา/ป่าไม้

ธรรมชาติรอบตัว(ป่าเขา/ป่าไม้ เส้นทางน้ำ แหล่งน้ำ พืชพรรณบริสุทธิ์ สัตว์แมลงบริสุทธิ์ ชายหาด/ป่าชายเลน ทะเล แร่ธาตุ ที่ดิน อากาศ/อวกาศ คลื่นความถี่…)ที่สมบูรณ์/สมดุลดังเช่นเมื่อหลายล้านล้านปีที่แล้ว
2-ปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงานรอบตัวที่มีคุณภาพ/สะอาดและพอเพียงโดยมันทั้งหมดสมควรต้องเกิดมาจาก “ปัญญาไทย” มิใช่เป็นการนำเข้ามาแบบเบ็ดเสร็จสำเร็จรูปในลักษณะเป็นการพึ่งพาปัญญาชาวต่างชาติอย่างไร้กฎกติกา จนประเทศไทยตกเป็นอาณาคมทางเศรษฐกิจของต่างชาติไปเรียบร้อยแล้ว
3-พลังอำนาจของชาติทั้ง8ด้านที่มีศักยภาพและแข็งแกร่ง บนปัจจัยประกอบสำคัญดังนี้
a เกษตรกรรมฉลาด-อุตสาหกรรมฉลาด-เทคโนโลยีสารสนเทศฉลาด/ดิจิตอลAI=Sensor-System Big Data ด้วย”ปัญญาไทย”ของเราเอง
b สถาบัน3สถาบัน : ชาติ-ศาสนา(พุทธ) – พระมหากษัตริย์ ที่ทรงอานุภาพและแกร่งกล้าบน “ความเป็นไทย” บนความฉลาดของคนไทย-บนความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย-บนความมีคุณธรรมจริยธรรมของคนไทย-บนความมีวินัยของคนไทย-บนความขยันหมั่นเพียรของคนไทยฉลาด-บนความมีจิตวิญญาณ และความจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง ที่มันทั้งหมดเป็นเอกลักษณ์ไทย/เป็นสัญลักษณ์ไทยที่ไม่เหมือนใครในโลก
c ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิตไทย/ศาสนา(พุทธ)/ศิลปะ/ปูมประวัติชาติไทยที่อ่อนช้อยดีงามที่สอดรับกับจริตของประเทศไทยแห่งดินแดนสุวรรณภูมิเป็นอย่างยิ่ง
a + b + c หลอมรวมกลายเป็นอารยธรรมไทยแห่งความเป็นเลิศ
a b c เกิดมาจาก “ปัญญาไทย” จากมันสมองชั้นเลิศ-ทักษะชั้นเยี่ยมบนวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์-วิศวกรรมจากธรรมชาติรอบตัว ภายใต้ทฤษฎีไทย/ปรัชญาไทยที่อิงติดกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติอย่างเหนียวแน่น

หากคนไทยบอกกับตนเองว่า บ้านเมืองไทยนั้น “เริ่มต้น” ที่ “รัฐสภาไทย” นั่นหมายความว่า “รัฐสภาไทย” ต้องเป็น “แหล่งต้นน้ำชักนำ” ให้คนไทยฉลาดร่วมกันสร้างความฉลาดทางด้าน “วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์/วิศวกรรมให้กับผองคนไทยเราเอง ภายใต้การคิดค้น “ทฤษฎีไทย/ปรัชญาไทย” ที่อิงติดกับวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์อย่างเหนียวแน่นสอดรับกับหลักสัจธรรม(แห่งพุทธศาสนา)ขึ้นมาขับเคลื่อนบ้านเมืองไทย

….จากรัฐสภาไทยที่อิงติดกับเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ สู่… รัฐบาลไทยที่จะต้องอิงติดกับเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ตามมาด้วยเช่นกัน

….จากรัฐบาลไทยที่ต้องอิงติดกับเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์อย่างแน่นแฟ้น สู่… ราชการไทย/องค์การของรัฐ/เอกชน…องค์การอิสระ…ที่จะต้องอิงติดกับเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์อย่างแน่นแฟ้นด้วยเช่นกัน

…แล้วประเทศไทยก็จะมี “ปัญญาไทย” ที่อิงติดกับวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์/คณิตศาสตร์อย่างเหนียวแน่นทั้งองคาพยพ …
-การพัฒนายกระดับประเทศไทยด้วย “ปัญญาไทย” ก็จะเกิดมีขึ้นเป็นผลสำเร็จ
-การแก้ปัญหาหมักหมมของประเทศไทย(ที่สะสมมายาวนานอันเนื่องจากการขาดปัญญาตามยุคสมัย)ก็จะหมดสิ้นลงไปด้วยการใช้ “ปัญญาไทย” เข้าแก้ไขจนเป็นผลสำเร็จ

รัฐสภาไทยหากเป็นรัฐสภาแห่งวิทยาศาสตร์แล้วการพิจารณาเห็นชอบของสมาชิกสภาในมติใดๆก็จะมีความเป็นวิทยาศาสตร์ไปด้วย

ธรรมาภิบาล
ธรรมภิบาลเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความเป็นธรรมชาติซึ่งก็คือขาดวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ
การศึกษาสูง-การศึกษาต่ำมิได้มีความสำคัญใดๆเลยหากคนๆนั้นปราศจากความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ

สัจธรรม
โลกแห่งจักรวาลนี้กำเนิดมาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติทั้งสิ้น
-เราคนไทยจึงมิอาจปฏิเสธความเป็นวิทยาศาสตร์บนโลกใบนี้และในประเทศไทยได้
-รัฐสภาไทยก็มิอาจจะปฏิเสธความเป็นรัฐสภาแห่งวิทยาศาสตร์ได้.. เช่นกัน!!!

เงิน-งบประมาณ
-เงินมิได้สร้างความสุข-สร้างความมั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืนให้กับมนุษย์ได้
-เงิน(บาท) + งบประมาณก็มิได้สร้างความสุข-สร้างความมั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืนให้กับประเทศชาติได้
“ธรรมชาติที่เป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์เท่านั้นสร้างความสุข-สร้างความมั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืนให้กับมนุษย์และให้กับประเทศชาติได้”
นั่นหมายถึงว่า …

การขับเคลื่อนการพัฒนายกระดับประเทศไทยกับการแก้ปัญหาที่หมักหมมในประเทศไทย/ในสังคมไทยนั้นต้องอาศัยความเป็นวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติเพียงสถานเดียว!!

88 ปี รัฐสภาไทย จึงจะต้องถูกสร้างให้หวนกลับมา อิงติดกับวิธีการวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติอย่างแน่นแฟ้น เพียงสถานเดียว ด้วยเช่นกัน!!!

“เสืออากาศ 24/7”

error: Content is protected !!