วันอาทิตย์, 12 กรกฎาคม 2563

“3 ป.” สั่งลุย ล้างหนี้ นอกระบบ

26 มิ.ย. 2020
42
“บิ๊กแป๊ะ” รับลูก!
เปิดยุทธการ”ขุดรากถอนโคนหนี้นอกระบบ”
เริ่มตำรวจภูธรภาค 1
ตั้ง“ ปิยะ อุทาโย”เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ศปน.ตร.
โทร 1599 หากเจอ แก๊งค์หมวกกันน๊อค-หนี้นอกระบบ
.
พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร. ,พลตำรวจโท อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แถลงผลการกวาดล้าง หนี้นอกระบบ
การจับกุมและปิดล้อมตรวจค้นผู้มีอิทธิพลบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือมีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชนการทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย หรือการกู้ยืมเงินที่มีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชนในพื้นที่เขตตำรวจภูธรภาค 1
ภายใต้ “ยุทธการขุดรากถอนโคนหนี้นอกระบบในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1” วันที่ 22-25 มิถุนายนที่ผ่านมา
ที่ลานปราบไพรีอริศัตรูพ่าย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
ตามนโยบาย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมและ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่จึงสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้แก่ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม และ ประสานกับมหาดไทย ที่มี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย
.
พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.)
โดยมอบหมายให้ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย เป็นผู้อำนวยการศูนย์
และสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดจัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ
ทั้งนี้ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบตำรวจภูธรภาค 1 หรือ ศปน.ภ.1 โดยพลตำรวจโท อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ได้ดำเนินการปิดล้อมจับกุม
โดยมีผลการดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายหนี้นอกระบบ จำนวน 77 จุดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ จำนวน 147 ราย ผู้ต้องหาทั้งหมด 147 คน ของกลางจำนวน 360 รายการ โดยแยกเป็นรถยนต์ 71 คัน รถจักรยานยนต์ 18 คัน โฉนดที่ดิน 27 ฉบับ อาวุธปืน 6 กระบอก เงินสด 103,830 บาท มูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมดประมาณ 200 ล้านบาท
โดยแยกเป็นประเภทความผิดดังนี้
1. ข้อหาเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ (หมวกกันน็อค) จำนวน 125 ราย ผู้ต้องหา 125 คน
2. ข้อหาทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ฯ (หมวกกันน็อค) จำนวน 2 ราย ผู้ต้องหา 2 คน
3. ข้อหากู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ (กู้ออนไลน์) จำนวน 2 ราย ผู้ต้องหา 2 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท
4. ข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อบุคคลฯ (รับจำนำรถ) จำนวน 18 ราย ผู้ต้องหา 18 คน
พลตำรวจเอก จักรทิพย์ กล่าวว่า กรณีแก๊งเงินกู้ต่างๆทางตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว ทุกภาค ซึ่งในแต่ละภาคจะมีความแตกต่างกันไป โดยเฉพาะภาคอีสาน ที่ทางประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนอยู่
ทั้งนี้สัปดาห์หน้า จะลงไปตรวจสอบตามตลาด ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลที่มีการปล่อยเงินกู้นอกระบบ แล้วต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายวัน ซึ่งเบื้องต้นได้สั่งการให้ทาง พลตำรวจโท ปิยะ รวบรวมข้อมูลไว้แล้ว
อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนส่งข้อมูล แจ้งเบาะแสเข้ามา ซึ่งทางตำรวจจะปกปิดแหล่งที่มาของข้อมูลแน่นอน
พลตำรวจโท ปิยะ กล่าวว่า สำหรับการแจ้งเบาะแสนั้น ทาง ผบ.ตร.ได้กำชับมาแล้ว ว่าหากใครเดือดร้อนกรณีดังกล่าว ท่านสะดวกที่ไหน แจ้งที่นั้น ไม่ว่าตะเป็นตามสถานีตำรวจ
และ หมายเลขโทรด่วนของศูนย์พิทักษ์ธรรมนี้ หมายเลข 1599 หรือหมายเลข 191 ก็ได้ เพื่อที่จะปราบขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก
error: Content is protected !!