วันอังคาร, 7 กรกฎาคม 2563

แง้ม ตำรา ทบ. ของ “บิ๊กแดง”

21 มิ.ย. 2020
1765

แง้ม ตำรา ทบ.
ของ “บิ๊กแดง”
ยึด ทบ.อเมริกา ต้นแบบ
สอน การเป็น ผู้นำ ผบ.หน่วย การฝึก การดูแลลูกน้อง
แนะ ต้องพัฒนาตนเอง
ยอมรับวิธีการคิดหลักนิยมใหม่ๆ แนวคิด ต่อต้านการก่อการร้าย ภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ชี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว สลับซับซ้อนมากขึ้น

บางส่วนจาก หนังสือ
FM 7-0 Train to win in a complex world .
FM 7-0 คู่มือการฝึก
เพื่อเอาชนะในโลกที่มีความซับซ้อน

“บิ๊กแดง” พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้แปล และเขียนไว้ เมื่อครั้งเป็น แม่ทัพภาค 1 โดยเป็นคู่มือการฝึกภาคสนาม ของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ที่มีการใช้แทน T. 25-10 ใช้มาตั้งแต่ ตุลาคม 2559

ทั้งนี้ พลเอกอภิรัชต์ ได้เขียนไว้ในเล่มนี้ว่า เพื่อให้นายทหารทุกระดับพัฒนาตนเอง และยอมรับวิธีการคิดหลักนิยมใหม่ๆ ไม่ว่าสงครามที่อาจเกิดขึ้น แนวคิดในการต่อต้านการก่อการร้าย และภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ และการพัฒนาของโลกที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น

หน่วยจะดี และพัฒนาได้ อยู่ที่ผู้บังคับหน่วย ตั้งแต่ระดับผู้บังคับหมวดขึ้นไป ฝ่ายอำนวยการทุกระดับ ฉะนั้นผู้บังคับหน่วย และฝ่ายอำนวยการจะต้องมีความเป็นผู้นำกล้าคิด กล้าทำ กล้าเสนอ กล้าเปลี่ยนแปลง เพื่อให้กำลังพลภายในหน่วยได้มาตรฐาน และพึงระลึกไว้เสมอว่า ผู้บังคับหน่วยคือสัญลักษณ์ของหน่วย

ดังนั้นผู้บังคับหน่วยทุกคน. ทุกเหล่าจึงควรพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทั้งความรู้และร่างกาย มิใช่ รอเพื่อเข้ารับการศึกษา ตามแนวทางรับราชการเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ

การฝึกที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยจะนำไปสู่การพัฒนากำลังพลในทุกระดับของกองทัพบก และเป็นการสร้างความพร้อมรบให้แก่กองทัพในการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ

FM 7-0 Train to win in a complex world การฝึกเพื่อเอาชนะ ในโลกที่มีความซับซ้อนนั้น เป็นคู่มือราชการสนามของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ 5 ตุลาคม 2559

ซึ่งนับว่าเป็นคู่มือราชการสนามที่มีความทันสมัยมากที่สุดในปัจจุบันกองทัพบก ได้ยึดถือหลักนิยมของกองทัพบกสหรัฐฯ มาตั้งแต่แรกเริ่ม

เพราะฉะนั้นเล่มนี้ จึงเป็นการพัฒนาองค์ความรู้. จากพื้นฐานความรู้ที่กองทัพบกได้ใช้มาโดยตลอด ซึ่งถ้าผู้บังคับหน่วยและนายทหารฝ่ายอำนวยการ นำไปใช้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา กำลังพลและประสิทธิภาพของหน่วยในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างมาก

เป็นคู่มือการฝึกที่เน้นส่วนการบังคับบัญชา ทหาร และพลเรือนทหาร ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ใช้ระยะเวลาและทรัพยากรที่น้อยที่สุด

โดยใช้ข้อพิจารณาด้านจริยธรรมเช่น การตกลงใจมี ศีลธรรมจรรยาและการปฏิบัติตน เข้ามาประกอบในสถานการณ์การฝึกด้วย

โดยมี 3 บทคือ บทนำ เกี่ยวกับแนวคิดในการฝึกของกองทัพบกและแนวทางในการบรรลุและดำรงความพร้อมในการฝึกของหน่วย และหลักในการฝึกของกองทัพบก ในADRP 7-0

บทที่2 เป็น รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการในการกำหนดกิจ โดยรวมของหน่วยเพื่อใช้ในการฝึกและแผนพัฒนาการฝึก โดยแผนนี้ในระยะยาวจะช่วยกันฝึกให้หน่วย บรรลุกิจโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยดำรงความพร้อมในการฝึก

บทที่3 เป็นวิธีการวางแผนและเตรียมความพร้อมการฝึกและประเมินการฝึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผล ของการฝึกที่จะช่วยสนับสนุนความพร้อมในการฝึก

After action review การทบทวนหลังการฝึก
Lane เลนฝึก
Lane training exercise การฝึกปฏิบัติในเลนฝึก
Mission essential task กิจสำคัญยิ่งต่อการฝึก
Mission essential task list รายการกิจสำคัญยิ่งต่อภารกิจ
Training and evaluation outline
Training environment สภาพแวดล้อมในการฝึก

Train to win ฝึกเพื่อชัยชนะ
ต้องฝึกกำลังพลให้มีความพร้อมในการปฎิบัติตามหลักนิยมUnified land operations (ADO 3-0) เพื่อต่อสู้เอาชนะ ในสภาพแวดล้อมที่สับสนคลุมเครือ และมีความซับซ้อนของปัญหา

ซึ่งกองทัพจะต้องฝึกฝนอย่างหนักและจริงจัง การฝึกเป็นหน่วยและฝึกเป็นบุคคลต้องกระทำตลอดเวลา ทั้งที่ตั้งปกติ ที่ศูนย์ฝึกฯ และในขณะที่ออกปฏิบัติภารกิจ

กองทัพบกต้องเผชิญกับภัยคุกคามในรูปแบบของการผสมผสานระหว่างการรบตามแบบและการลบนอกแบบ

รวมทั้งกลุ่มก่อความไม่สงบ ผู้ก่อการร้าย อาชญากร ภัยคุกคามบางอย่าง จะต้องใช้เทคโนโลยี ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่นระบบการมองเห็นในเวลากลางคืนอากาศยานไร้คนขับ อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

ภัยคุกคามบางรูปแบบ จะรวมระบบสงครามไซเบอร์สงครามอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน เพื่อใช้สั่งการจากสถานที่อื่นๆ

นอกจากนี้ฝ่ายตรงข้ามอาจซ่อนตัวอยู่ในหมู่ประชาชนหรือในภูมิประเทศที่ซับซ้อนเพื่อขัดขวางการปฏิบัติของกำลังรบตามแบบของกองทัพบก

การเป็นเมืองใหญ่และภัยคุกคามจากการเข้าถึงของสื่อสังคมออนไลน์ ยิ่งจะเพิ่มความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ในสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนนี้จะต้องฝึกกำลังพลให้สามารถปฏิบัติภารกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นได้

การฝึกเป็นชุดรบผสมเหล่าและฝึกร่วม ….หลักนิยมการรบของกองทัพบกปัจจุบันต้องการการทำงานเป็นชุดผสมเหล่า และรบร่วม เมื่อใช้กำลังเข้าทำการรบ

แต่ละหน่วยต้องเตรียมปฏิบัติการรบผสมเหล่าและรบร่วม โดยไม่ต้องมีการฝึกเพิ่มเติมหรือใช้เวลาปรับการปฏิบัติให้เข้ากันในห้วงยาวนานอีก

ประสิทธิภาพของการรบผสมเหล่าจะเกิดขึ้น เมื่อทำการฝึกร่วม ผู้นำหน่วย ต้องฝึกฝน การที่จะร่วมปฏิบัติในยามสงครามอย่างสม่ำเสมอ ทั้งหน่วยกำลังรบ หน่วยสนับสนุนการรบ หน่วยสมทบและหน่วยสนับสนุน ต้องมีการฝึกร่วมกัน

ทั้งกองพันดำเนินกลยุทธ์-กองพันปืนใหญ่สนาม-กองร้อยทหารช่างสนาม-กองร้อยทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน-ตอนการบิน-หมวดสารวัตรทหาร-หมวดเคมี-หมวดสื่อสาร-ชุดข่าวกรองทางทหาร-กองพันสนับสนุน-ส่วนหน้ากองบัญชาการและกองร้อยกองบัญชาการกรม. และ ที่สำคัญที่สุดคือการฝึกอย่างที่จะรบ และการฝึกที่สมจริง

โดยมีการจัดลำดับการให้คะแนนความชำนาญในการฝึก Training Proficiency

T หน่วยที่ได้รับการฝึกอย่างเต็มที่มีความชำนาญในการทำงานเต็มรูปแบบได้รับการฝึกมีความชำนาญขั้นสูง
P- หน่วย ที่มีการซักซ้อมการปฎิบัติความชำนาญขั้นพื้นฐานมีการซักซ้อมการปฎิบัติเล็กน้อยมีความชำนาญเฉพาะด้านที่จำกัด
U- หน่วยที่ไม่ได้รับการฝึก และไม่สามารถปฏิบัติงานได้

การฝึกผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการใช้Mission command คือ การใช้อำนาจและคำสั่ง โดยผู้บังคับหน่วยในการมอบภารกิจให้ “หน่วยรอ” ในการปฎิบัติภารกิจ ตามเจตนารมย์ของผู้บังคับหน่วย เพื่อให้ผู้บังคับหน่วยรองมีเสรีในการปฎิบัติตามหลักนิยมตามหลักการบังคับบัญชาของกองทัพบก จะเน้นว่าการบังคับบัญชามีความจำเป็นสำหรับกำลังพล

ผู้บังคับหน่วยที่ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจว่าความเป็นผู้นำของผู้บังคับหน่วย จะช่วยในการพัฒนาหน่วยและช่วยสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน. และความเข้าใจกันของกำลังพล

ผู้บังคับหน่วยต้องแนะนำที่ชัดเจนสำหรับการปฎิบัติของหน่วยรองและในขณะเดียวกัน ก็ต้องให้หน่วยรองมีความคิดริเริ่ม และมีเสรีในการปฏิบัติ

บทบาทของผู้นำ The role of
Leaders
ผู้นำหน่วยทุกระดับต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพการฝึกของหน่วยโดยมีหน้าที่หลักในการฝึกผู้บังคับหน่วยรองและการทำงานเป็นทีมผู้นำหน่วย คือผู้บังคับหน่วยในทุกระดับทั้งนายทหารสัญญาบัตรและทหารชั้นประทวน

ผู้นำหน่วยที่จะประสบความสำเร็จจะต้องสร้างองค์กรที่เหนียวแน่นด้วยสายการบังคับบัญชาที่เข้มแข็งความรักความสามัคคีในหมู่คณะและการมีระเบียบวินัยที่ดีในการฝึกหน่วยผู้บังคับหน่วยจะต้องเป็นที่ปรึกษาให้ข้อเสนอแนะรับฟังและคิดถึงสิ่งที่ท้าทายความรู้และความเข้าใจของผู้ใต้บังคับบัญชา

การกระทำเหล่านี้สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันในหมู่ทหารและระหว่างทหารกับผู้บังคับหน่วยในทุกระดับ

ผู้บังคับหน่วยต้องมั่นใจว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของตนทราบว่าจะ “คิดอย่างไร” แทนที่ว่าจะ “คิดอะไร”

ผู้บังคับหน่วยต้องพัฒนาความเชื่อมั่น ของผู้ใต้บังคับบัญชาและช่วยให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีเสรีภาพในการตัดสินใจตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้บังคับหน่วยที่มีประสิทธิภาพจะต้องพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีความคล่องตัวและมีวิธีการปรับตัวเพื่อแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นที่สำคัญจะต้องทำงานเป็นทีมและมีแผนในการพัฒนามีความอ่อนตัวความคล่องตัวในการทำงานเป็นทีมมีความคิดสร้างสรรค์มีความสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตปรับตัวได้มุ่งมั่นต่อวิชาชีพทหาร

ในการฝึกให้ใช้แนวทางทั้งแบบบนลงล่าง top- down และล่างขึ้นบนbottom -up และ ควรต้องมีการจัดศูนย์ข้อมูลส่วนกลางของกองทัพบก Central Army Registry เป็นที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสงคราม การต่อสู้ การฝึก หลักนิยมทางทหาร งานตีพิมพ์ วงรอบการฝึก อุปกรณ์สนับสนุนการฝึก เครื่องช่วยฝึกทางกราฟฟิค

และ8 ขั้นตอนของการฝึก และ ที่สำคัญสุดคือ After action review การทบทวนหลังการปฏิบัติ
1.การวางแผนการฝึก
2.การฝึกและรับรองผู้นำ
3.สำรวจพื้นที่ฝึก
4.ออกคำสั่งยุทธการสำหรับการฝึก
5.ซักซ้อม
6.เริ่มการฝึก
7.ทบทวนหลังการฝึก
8.ฝึกซ้ำ

 

 

error: Content is protected !!