วันเสาร์, 26 กันยายน 2563

ตำรวจ แถลง ช่วง ใช้ พรก.ฉุกเฉิน ทำ สถิติ อาชญากรรมลดลงทุกประเภท

28 พ.ค. 2020
120

เด็กแว้น-นักเรียนตีกัน
อาชญากรรม คดีฆ่า
เมาสุราก่ออาชญากรรม -อุบัติเหตุจราจร จากการเมาสุรา ลดน้อยลง
เมื่อเทียบ กับช่วงเดียวกัน เมื่อปี2562

พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยสถิติภาพรวมของคดีอาชญากรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน พบว่าหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อาชญากรรมลดลง ทุกประเภท

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในวงกว้าง นับเป็นสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร เพื่อใช้มาตรการเข้มงวดและเร่งด่วน

ซึ่งนอกจากจะเป็นการควบคุมมิให้โรคแพร่ระบาดไปในวงกว้างแล้ว ยังเป็นการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกวดขันปราบปรามอาชญากรรมที่เป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัย และการดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนและสังคม ด้วย

ทั้งนี้ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วย เพิ่มความเข้มในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เพื่อรักษาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินให้ประชาชน ส่งผลให้สถิติการเกิดอาชญากรรมให้ห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนั้นยังพบว่า สถิติคดีอาญาที่เกิดขึ้นจากการเมาสุรา แล้วมาก่ออาชญากรรม หรือการเกิดอุบัติเหตุจราจรเนื่องจากการเมาสุรา

รวมทั้งการสร้างความเดือดร้อนรำคาญในลักษณะต่างๆ เช่น เด็กแว้น การแข่งรถในทาง นักเรียนตีกัน เมื่อเปรียบเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ.2562 แล้ว ปรากฎว่าลดลงอย่างมากเช่นกัน​

​จากสถิติข้อมูลตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2563 จนถึงการปิดสถานที่เสี่ยงต่างๆ และมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ จนมาถึงวันนี้

นอกจากประเทศไทยจะสามารถป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในปัจจุบันมีแนวโน้มลดต่ำลงแล้ว 

ในขณะเดียวกันการออกข้อกำหนดในการห้ามออกนอกเคหสถาน ห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง การห้ามชุมนุมรวมกลุ่มในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขสถานการณ์ และปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ ที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอย่างเข้มงวดและจริงจัง ยังทำให้อาชญากรรมต่างๆ ลดลงคู่ขนานไปด้วย

​อย่างไรก็ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงมีอยู่ หากผ่อนคลายมาตรการหรือยกเลิกมาตรการควบคุมโดยทันทีแล้ว อาจทำให้การระบาดกลับขึ้นมารุนแรงอีกครั้ง

​พลตำรวจโท ปิยะ กล่าวว่า การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอน โดยพิจารณาจากข้อมูลทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และความสงบเรียบร้อยของสังคม มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ ยังคงมีความจำเป็น

ทั้งนี้เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ และขอยืนยันว่าตำรวจทุกนายจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยคำนึงถึงการดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนไปพร้อมกัน

สำหรับภาพรวมสถิติคดีอาญาทั่วประเทศระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 25 พฤษภาคม เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 พบว่า คดีความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศลดลง 709 คดี คิดเป็น18.13%
คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ลดลง 54 คดี. 0.56%
คดีที่มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ที่มีโทษทางอาญาลดลง 986 คดี 22.96%
และคดีรัฐเป็นผู้เสียหาย มีการจับกุมเพิ่มขึ้น 25,987 คดี 25.77%

คดี ฆ่าผู้อื่น ใน1มีค.-พค. ปี 2562 มี 334 คดี ส่วนปี2563 เกิด288 คดี คือลดลง-46 คดี คดีลดลง 13.77%

คดีพยายามฆ่า 471 /352 ลดลง 119
คดีลดลง 25.26%
คดี ทำร้ายร่างกาย 2,230/ 1,583 ลดลง-647คดีลดลง 29.01%

 

error: Content is protected !!