วันอาทิตย์, 12 กรกฎาคม 2563

แนะทางรอด การบินไทย

 

“เสืออากาศ24/7” เขียนบทความ แนะ การผ่าตัด “การบินไทย” ชำแหละปัญหา ในการบินไทย นับตั้งแต่ พ้นอ้อมอกทหารอากาศ ผู้ก่อตั้ง การบินไทย แนะ “นักบิน-วิศวกร” เป็นกำลังหลักในการแก้ปัญหา แนะ ให้นักบินการบินไทย แสดงสปิริต ลาออก ก่อน และทุกคนทุกฝ่าย ลาออก ทำให้เลือดหยุดไหล เสียก่อน แล้วคัดเลือกเข้ามาใหม่ ชี้ เงินกู้5หมื่นล้าน ไม่ใช่มาจ่ายเงินเดือน-สวัสดิการ แต่ต้องทำธุรกิจเสริม ย้อนอดีต สมัย ทหารอากาศ ก่อตั้ง บริษัทเดินอากาศไทย ก่อนมาเป็นการบินไทย

“เสืออากาศ24/7” ที่คนในทอ.รู้ดีว่า หมายถึง ใคร ได้เขียนบทความ ขนาดยาวมากๆ …ส่งต่อกันทางไลน์ใน ทอ. ถึงการแก้ปัญหาในการบินไทย เป็นครั้งที่2 จากที่เคยเขียนชำแหละการบินไทย ทั้ง โครงสร้าง บุคลากร สหภาพแรงงานฯ ทำไมเป็นหนี้ การหาประโยชน์ในการบินไทย มาแล้ว ครั้งหนึ่ง แต่แจกจ่ายกันอ่านเป็นการภายใน

มาครั้งนี้ เสนอแนวคิด แนวทาง แบบทหารอากาศ ว่า

การบินไทย มิใช่ เรื่องเงิน
การบินไทย มิใช่ เรื่องของเงินกู้50,000 – 70,000 หรือ ตัวเลขเงินกู้อื่นๆ หรือเป็นตัวเลขกำไรขาดทุน
การบินไทย มันเป็น เรื่องของคน

เรื่องของคน ที่ขาดความเสียสละ

เรื่องของคน คือ เรื่องของปัญญาที่มีอยู่ในคน

เรื่องของความเสียสละ คือ การยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างออกจากการบินไทย
-ยอมสละรายได้
-ยอมสละตำแหน่ง
หมายความว่า คนทุกคนในการบินไทยลาออกทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต้องลาออก “ก่อนเข้าก็มือเปล่า-เข้าไปมือเปล่า-ก็ต้อง-ออกมามือเปล่า”
นักบิน คือคนกลุ่มแรกที่สมควรต้อง(กล้า)ลาออก (แล้วสามารถเข้าไปใหม่ หากยังมีใจ กับยังมีขีดความสามารถในทางการบิน)

ไม่เหลือนักบิน การบินไทยก็ยากที่จะเปิดให้บริการการบินไม่ว่าจะเป็นการบินรับส่งผู้โดยสาร และ/หรือ การบินขนส่งสินค้า/Cargo

ไม่เหลือนักบิน แล้วการมีบุคลากรอื่นๆอีกมาก(ผู้ถือหุ้น-บอร์ด-พนักงาน/สหภาพ….)ที่มีตำแหน่งงานอยู่ในการบินไทย ก็คงจะไม่เกิดประโยชน์อะไร ในเมื่อมีเครื่องบิน(แต่มันต้องจอดอยู่ว่างเปล่า)เพราะว่าเมื่อไม่มีนักบินแล้วสายการบิน ก็จะไม่สามารถเปิดบริการการบินได้

ไม่เหลือนักบิน แล้ว คนทุกคนต้องลาออกจากตำแหน่งในบริษัทการบินไทยด้วยกันทุกคน-ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว(ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใครก็ตาม-ไม่มีใครรับเงินเดือนจากการบินไทย อีกต่อไป)

ดังนั้น การเสียสละก็คือการทำให้เลือดการบินไทยหยุดไหล

ตัวอย่างของการเสียสละคือ บรรพบุรุษการบินของกองทัพอากาศ ที่เคยเข้าไปฟื้นฟูกับเข้าไปบริหารจัดการรับช่วงต่อจากการที่ต่างชาติได้ถอนตัวไปจากการเดินอากาศไทย

วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2473 มีการจัดตั้งบริษัท เดินอากาศ จำกัด (ภาษาอังกฤษ: Aerial Transport of Siam Co., Ltd.) เพื่อดำเนินการขนส่งทางอากาศภายในประเทศ และรับเป็นตัวแทนให้บริษัทการบินต่างประเทศที่บินเข้ามาในประเทศไทย ผู้ก่อตั้งเดิมคือกลุ่มนักธุรกิจชาวไทย

ต่อมาเพิ่มกิจการเดินรถประจำทาง อันเป็นสาเหตุให้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ขนส่ง จำกัด ในปี พ.ศ. 2481 โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง จึงขาดแคลนอุปกรณ์และอะไหล่ทำให้ต้องหยุดกิจการชั่วคราว

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2489 หลังจากสงครามยุติลงจึง “ฟื้นฟูกิจการบินพาณิชย์ขึ้นอีกครั้ง” โดยรัฐบาลไทยให้ “กองทัพอากาศ” รับดำเนินการไปพลางก่อน (จอมพลอากาศเฉลิมเกียรติ วัฒนากูร พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ พลอากาศเอกหะริน หงสกุล นาวาอากาศเอกสกล รสานนท์)

เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว กองทัพอากาศก็ถอนตัวออก เหลือเพียงแต่ยินยอมให้นักบินกับช่างวิศวกร ยอมลาออกไปจากกองทัพอากาศเพื่อไปทำหน้าที่ในสายการบินเท่านั้น

เรื่องของปัญญา คือ ใส่ปัญญาลงไปในการบินไทย
ก “ระบบโลจิสติกส์แห่งอนาคต : 3(4) มิติ=บก/ราง/ท่อ น้ำ อากาศ/อวกาศ” ในการนี้เน้นเฉพาะระบบโลจิสติกส์ด้าน “อากาศ/อวกาศ”
ข “สินค้านวัตกรรมทางด้านปัจจัยดำรงชีพ8ประการ/พลังงานบางประเภทจะขนส่งทางอากาศให้กระจายไปทั่วโลก
ค “ประเทศไทยต้องนำเข้าสินค้านวัตกรรมอะไรบ้าง-ปริมาตรเท่าใด..โดยทางอากาศ”
ง “ประเทศไทยจะต้องส่งออกสินค้านวัตกรรมอะไรบ้าง-ปริมาตรเท่าไร …โดยทางอากาศ”
จ “ประเทศไทยจะรับรองนักท่องเที่ยวชั้นดี-ปีละปีคน-เดือนใด/วันใดบ้าง …ประเทศไทยไม่รับนักท่องเที่ยวราคาถูกอีกต่อไป”
ฉ “นักธุรกิจชั้นดีที่จะทำธุรกิจกับประเทศไทยบนอารยธรรมใหม่ ที่มิใช่ธุรกิจปิดกั้นปัญญาไทย”

ดังนั้น กลุ่มคนที่จะนำปัญญาใส่ลงไปในการบินไทยจึงมิใช่นักการเมือง-จึงมิใช่ข้าราชการ(กระทรวงการคลัง)-จึงมิใช่พนักงาน/สหภาพ -จึงมิใช่นักการเงิน

แต่ต้องเป็นคนฉลาดทางด้านสินค้านวัตกรรมไทย/นักนวัตกรรมไทย-การท่องเที่ยวชั้นดี/นักการโรงแรมชั้นดี/นักพัฒนาปัญญาไทย

กับบรรดา “นักบิน กับวิศวกรที่เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนาด้านการบินสำหรับการขนส่งสินค้านวัตกรรม-นักท่องเที่ยว-นักธุรกิจชั้นดีตามยุคสมัยแห่งยุคอนาคต

การใส่ปัญญาลงไปในการบิน/การเดินอากาศคือ เราชาวสยาม(คนไทย=นักบิน/ช่างเครื่อง)เคยสร้างเครื่องบินนานาชนิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อราวปี2453/2454 …2480

เราสามารถสร้าง/พัฒนาเครื่องบินของเราเองให้เป็นเครื่องบินรบก็ได้/เป็นเครื่องบินโดยสารก็ได้/เครื่องบินขนส่งสินค้าก็ได้(ประเทศไทยรั้งอันดับ1ใน10กำลังทางอากาศของโลก)

…ทว่าเราก็กระทำมันกันเพียงแค่น้อยนิด เราสมัยนั้น ละทิ้งมันไปหมดสิ้นในภายหลังเนื่องจากเราคนไทยกลุ่มหนึ่งกำลังนิยมประชาธิปไตยกับ เคยชินอยู่กับการรับความช่วยเหลือนวัตกรรมของชาวต่างชาติ มาจากต่างประเทศ(ลุ่มหลงอยู่กับความภาคภูมิใจที่ชนะสงคราม)

การใส่ปัญญาลงไปในการบิน/การเดินอากาศแท้จริงแล้วสมควรจะต้องเป็นไปตามยุคสมัย

ในการนี้ กองทัพอากาศ สมัยการบินเบิกบานได้เคยริเริ่มส่งไปรษณีย์อากาศจากดอนเมือง-ไป-จันทบุรีเมื่อ17กุมภาพันธ์2462 กว่า100ปีที่แล้ว

ครั้งนี้ การบินการเดินอากาศแห่งยุคอุตสาหกรรมดั้งเดิมเมื่อ100ปีได้สิ้นสุดลงแล้ว(เหตุเนื่องมาจากสงครามโรคระบาดCOVID-19)

2020 คือศักราชใหม่ที่ถึงคราวที่ต้องเปลี่ยนยุคสมัยการบิน/การเดินอากาศสู่อนาคต ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงคือการใช่ปัญญาลงไป โดยให้ “ปัญญาเป็นใหญ่(ปัญญาของคนบางคน) – เงินกับทรัพย์สินที่ซื้อมาเป็นรอง”

ปัญญาเป็นใหญ่ คือ ใช้ปัญญาของบรรดานักบิน(กับวิศวกรด้านการบิน/การเดินอากาศ)ของการบินไทยที่ต้องเสียสละลาออกจากตำแหน่งและไม่รับเงินเดือน (ถือเป็นชนวนจุดระเบิดเบื้องต้น-อันเป็นการเสียสละชั่วคราวอันเนื่องมาจากCOVID-19)

แต่ยังคงทำหน้าที่พัฒนายกระดับการบินการเดินอากาศของไทยแห่งยุคอนาคตที่จะต้องเริ่มต้นในปี2020เป็นต้นไป

เฉกเช่นเดียวกับที่นักบินของกองทัพอากาศที่ได้เสียสละลงมือพัฒนายกระดับทดลองทำการบินส่งไปรษณีย์เมื่อ100ปีเศษที่แล้ว

-กิจการใหม่ของ “สายการบิน…มหาชน”
กิจการขนส่งสินค้า (ต้อง Modified /ซื้อ New Aircraft)
กิจการรับส่งผู้โดยสาร (ต้อง Modified /ซื้อ New Aircraft)
-โครงสร้าง(เพื่อพลาง)ของ “สายการบิน…มหาชน”
โครงสร้าง(กอง-ฝ่าย-แผนก-…)รองรับการขนส่งสินค้าเป็นหลัก-รับส่งผู้โดยสารผู้โดยสารเป็นรอง

เงินกับทรัพย์สินเป็นรอง คือ คืนเงิน/ทรัพย์สินสู่สาธารณะ กับใช้เงินกู้พิเศษ(50,000-XXX,000ล้านบาท)มาใช้เป็นทุนในการพัฒนายกระดับพัฒนาการบินการเดินอากาศของไทยแห่งยุคอนาคตที่เริ่มต้นในปี2020เป็นต้นไป

เงินกู้ 50,000 – XXX,000 ล้านบาทหรือ ตัวเลขเงินกู้อื่นๆ ต้องถูกนำมาใช้เพื่อการพัฒนายกระดับเพียงอย่างเดียวในโครงสร้างใหม่(เพื่อพลาง)ของ “สายการบิน…มหาชน”

เงินกู้ 50,000 – XXX,000 ล้านบาทหรือ ตัวเลขเงินกู้อื่นๆ จะไม่ถูกนำไปใช้จ่ายเงินเดือนให้กับคนในการบินไทย ไม่ว่าจะเป็นใครคนใดก็ตาม(ประกาศสถานะล้มละลาย)ของการบินไทย(ปัจจุบัน)
(การบินไทยต้องยอมตกอยู่ในสถานะ “ล้มละลาย” เพื่อให้หนี้การบินไทยทั้งหมด หลายแสนล้านบาท (1.7++++แสนล้านบาท)กลายเป็น ศูนย์ = หนี้สูญ)
(การบินไทยต้องยอมทิ้งปัญญาด้านการบินการเดินอากาศเก่าดั้งเดิม(รับส่งผู้โดยสาร-ขนส่งสินค้า-ผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน)ที่ยึดถือกันมากว่า100ปีออกไปแล้วเร่งสร้างปัญญาใหม่เพื่อสร้างความอยู่รอดของ “สายการบิน…มหาชน” กับเพื่ออนาคตใหม่ที่สดใสในศตวรรษ21 และศตวรรษหน้า)

-ยึดและขายทอดตลาดบรรดาทรัพย์สินทั้งหมดในปัจจุบันของการบินไทยเพื่อชดใช้หนี้(เบี้ยวหนี้)และ/หรือเพื่อแจกจ่ายไปยังเจ้าของเดิม(ตามเงินที่มีอยู่)

-ซื้อ “กิจการ” บางกิจการกลับคืนเฉพาะในส่วนของกิจการการบินขนส่งสินค้า(ไทย)เป็นสำคัญกับซื้อกิจการรับส่งผู้โดยสาร(นักท่องเที่ยวชั้นดี-นักธุรกิจชั้นเลิศ)เป็นอันดับรองลงมา

-ซื้อ “ทรัพย์สิน” บางรายการ(เครื่องบิน-สิ่งอำนวยความสะดวก-สิ่งปลูกสร้าง…ของหลากหลายสนามบินทั้งในและนอกประเทศ)กลับคืนเฉพาะในส่วนของกิจการการบินขนส่งสินค้า(ไทย)เป็นสำคัญกับซื้อกิจการรับส่งผู้โดยสาร(นักท่องเที่ยวชั้นดี-นักธุรกิจชั้นเลิศ)เป็นอันดับรองลงมา

-ซื้อ/จ้าง “คน” บางคน(นักบิน-วิศวกร-ช่างเทคนิค…)กลับคืนมาเฉพาะ “คน” ในส่วนของกิจการการบินขนส่งสินค้า(ไทย)เป็นสำคัญกับซื้อ “คน” ในส่วนของกิจการการบินรับส่งผู้โดยสาร(นักท่องเที่ยวชั้นดี-นักธุรกิจชั้นเลิศ)เป็นอันดับรองลงมา

-ซื้อ/จ้าง “คน” หลายๆคน(นักนวัตกรรม/นักการโรงแรม-นักธุรกิจท่องเที่ยวชั้นดี)/นักการปัญญาไทย…)เฉพาะ “คน” เพื่อกิจการการบินขนส่งสินค้า(ไทย)เป็นสำคัญกับซื้อ/จ้าง “คน” เพื่อกิจการการบินรับส่งผู้โดยสาร(นักท่องเที่ยวชั้นดี-นักธุรกิจชั้นเลิศ)เป็นอันดับรองลงมา

-ซื้อ “เวลา” 2 ปีข้างหน้าให้เป็นต้นทุนสำการบินแห่งยุคอนาคตเฉพาะเวลาที่ใช้สำหรับสร้างต้นทุนในส่วนของกิจการการบินขนส่งสินค้า(ไทย)เป็นสำคัญกับเวลาที่ใช้สำหรับสร้างต้นทุนในส่วนของกิจการรับส่งผู้โดยสาร(นักท่องเที่ยวชั้นดี-นักธุรกิจชั้นเลิศ)เป็นอันดับรองลงมา

การพัฒนายกระดับ”สายการบิน…มหาชน”

กิจการขนส่งสินค้า
Modified /ซื้อ New Aircraft : Hybrid Aircraft/UAV ขึ้นมาให้ได้ในระยะเวลา 2 ปี โดยใช้ปัญญาของ นักนวัตกรรมไทย-นักธุรกิจการท่องเที่ยวชั้นดี/นักการโรงแรมชั้นดี/นักพัฒนาปัญญาไทยกับของบรรดา “นักบินไทยกับวิศวกรไทย” เป็นต้น

น้ำในการพัฒนา “สายการบิน…มหาชน” ขึ้นมา(ใหม่)

การซื้ออากาศยาน เกือบไม่เกิดขึ้น หากจำเป็นต้องซื้อก็ซื้อเพียงบางชิ้นส่วนของอากาศนาน

การซื้อระบบเกือบไม่เกิดขึ้น หากจำเป็นต้องซื้อก็ซื้อเพียงบางซอฟต์แวร์ของระบบ ที่เหลือต้องใช้ปัญญาคิดค้นขึ้นมาเอง

เงินทั้งหมด(50,000-XXX,000ล้านบาท)ถูกนำมาใช้ในการคิดค้นวิจัยทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งาน Hybrid Aircraft/UAV

ในการนี้ บริษัทอุตสาหกรรมการบินของไทย(TAIกับเอกชนทั้งปวง)ต้อง(สามารถ)ปรับเปลี่ยนขีดความสามารถในการดัดแปลงอากาศยานเดิม/คิดค้นอากาศยานใหม่ขึ้นมาให้เป็นอากาศยานขนส่งสินค้าข้ามประเทศ/ข้ามทวีป

กิจการรับส่งผู้โดยสาร
Modified /ซื้อ New Aircraft : Hybrid Aircraft/UAV ขึ้นมาให้ได้ในระยะเวลา 2 ปี โดยใช้ปัญญาของ นักนวัตกรรมไทย-นักธุรกิจการท่องเที่ยวชั้นดี/นักการโรงแรมชั้นดี/นักพัฒนาปัญญาไทยกับของบรรดา “นักบินไทยกับวิศวกรไทย” เป็นต้นน้ำในการพัฒนา “สายการบิน…มหาชน” ขึ้นมา(ใหม่)

การซื้ออากาศยานเกือบไม่เกิดขึ้น หากจำเป็นต้องซื้อก็ซื้อเพียงบางชิ้นส่วนของอากาศนาน

การซื้อระบบเกือบไม่เกิดขึ้น หากจำเป็นต้องซื้อก็ซื้อเพียงบางซอฟต์แวร์ของระบบ ที่เหลือต้องใช้ปัญญาคิดค้นขึ้นมาเอง

เงินทั้งหมด(50,000-XXX,000ล้านบาท)ถูกนำมาใช้ในการคิดค้นวิจัยทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งาน Hybrid Aircraft/UAV ในการนี้ บริษัทอุตสาหกรรมการบินของไทย(TAIกับเอกชนทั้งปวง)ต้อง(สามารถ)ปรับเปลี่ยนขีดความสามารถในการดัดแปลงอากาศยานเดิม/คิดค้นอากาศยานใหม่ขึ้นมาให้เป็นอากาศยานรับส่งผู้โดยสารข้ามประเทศ/ข้ามทวีป

ทั้งหมดข้างต้นนี้คนไทยต้องกระทำมันขึ้นมา

เราคนไทยทำได้และเคยทำมาก่อนหน้านี้

มีแต่นักประชาธิปไตยไทย-นักเสรีนิยมไทยเท่านั้น(นักการเมือง/นักปกครอง-ข้าราชการไทย)ที่ไม่คิดไม่ทำมันขึ้นมา

การขายชาติ

สายการบินต่างชาติ(Low Cost)บนผืนแผ่นดินไทยก่อให้เกิดความเสียหายด้านอธิปไตยด้านการบินของประเทศไทยมากมหาศาลในห้วงเวลาที่ผ่านมา

มันดูเหมือนดีว่าคนไทยได้ใช้บริการสายการบินราคาถูก ทว่าความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

สายการบิน Thai Low Cost จำนวนมากมายหลายสายการบิน เครื่องบินหลายร้อยลำ สิ่งอำนวยความสะดวก คนไทยจำนวนไม่น้อย(นักบิน ช่าง ….)/นักบริหารบางส่วน(เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ)

Thai Low Cost จดทะเบียนในประเทศไทย โดยที่ Mother Low Cost เปิดทำการอยู่ ณ ต่างประเทศ

Mother Low Cost ในต่างประเทศเป็นเจ้าของทุน เป็นเจ้าของเครื่องบิน/อะไหล่ เป็นเจ้าของธุรกิจโดยแท้จริง

ในการนี้ Mother Low Cost จะปล่อยเช่าเครื่องบิน(ในราคาแพงยิ่งเพื่อบังคับให้ขาดทุน)-กับ-ให้กู้เงินทั้งหมด(ด้วยดอกเบี้ยแพงเพื่อให้เป็นต้นทุนราคาสูงเพื่อบังคับให้เกิการขาดทุน) ให้กับ Thai Low Cost ของตัวเองที่ประกอบการอยู่ในประเทศไทย

Thai Low Cost ในประเทศไทย(ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะ)ประกาศว่าผลประกอบกิจการขาดทุน เนื่องจากค่าใช้จ่าย : ค่าเช่าเครื่องบิน-กับ-ดอกเบี้ยเงินกู้มีราคาสูง ทำให้ Thai Low Cost ในประเทศไทย(โดยกฎหมายไทย)จึงไม่ต้องเสียภาษี หมายความว่า Mother Low Cost ในต่างประเทศได้รับเงิน(บาท)เต็มๆจาก Thai Low Cost ในประเทศไทยซึ่งประกาศว่าผลประกอบกิจการว่าขาดทุน

ข้อเท็จจริงคือมันสร้างความร่ำรวยให้กับ Mother Low Cost ในต่างประเทศเป็นเจ้าของทุนได้มากมหาศาล

Mother Low Cost ในต่างประเทศเป็นเจ้าของทุน คือ 1 กลุ่มทุนคนไทย(นักการเมืองผู้มีเงินและมีอำนาจ-ข้าราชการผู้โง่ยอมเป็นทาสนักการเมือง) กับ 2 เศรษฐีชาวต่างชาติ

กระบวนการนี้คือกระบวนการขายชาติ-กระบวนการขายอธิปไตยด้านการบินของชาติไทยที่คนไทยเราเอง (1 กลุ่มทุนคนไทย) ที่คบคิดคบคิดกับชาวต่างชาติ

นักบินของการบินไทย(อดีตทหารอากาศ)ทั้งหมดต้อง(กล้า) ลาออกโดยทันที. แล้วการบินไทยกับตัวเองจะเริ่มชีวิตใหม่ได้

มองอนาคตการบิน/การเดินอากาศของไทยแล้ว หากเราไม่สร้างและใช้ปัญญาไทยในการดำเนินกิจการการบิน/การเดินอากาศแล้ว

ในอนาคตการบิน/การเดินอากาศของไทยนั้นก็จะล้มเหลวหกคะเมนไม่เป็นท่าเช่นเดิม

error: Content is protected !!