วันพุธ, 12 สิงหาคม 2563

“บิ๊กตู่” เปิดใจกับหมอฯ ผมตั้งใจทำอย่างเต็มที่ มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา เมื่อท่านเจ็บ ท่านเหนื่อย ผมก็เหนื่อยด้วย”

24 เม.ย. 2020
65

 

แจงส่งจดหมายถึงมหาเศรษฐี เพื่อขอความเห็นในการแก้ปัญหาร่วมกัน ส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตจากภาคเอกชนส่งต่อบุคลากรทางการแพทย์ 70 ล้านบาท เชื่อความร่วมมือทุกภาคส่วนจะทำให้ไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิดได้ ชี้แม้สถานการณ์ในไทยคลี่คลายลง แต่วางใจไม่ได้เพราะทั่วโลกยังระบาด จำเป็นต้องคุมเข้ม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมมอบกองทุนสนับสนุนและเยียวยาให้กับ อสม.

โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เข้าร่วมด้วย

โดยการส่งมอบครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชน คือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้มอบ กรมธรรม์ประกันชีวิตสำหรับบแพทย์และพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และ อสม. จำนวนรวม70 ล้านบาท ในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งและเสียสละ

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าว ชื่นชมและขอบคุณ บุคลคลกรทุกภาคส่วนที่ได้ เสียสละ อุทิศตน ในการเฝ้าระวังคัดกรองโควิด19 ทำให้สถานการณ์ในประทศดีขึ้น

ทั้งนี้พลัง “นักรบเสื้อขาว “และ อสม. ทุกคนถือเป็นด่านหน้าสำคัญ ที่ช่วยหยุดยั่ง การแพร่ระบาดมาด้วยความเสียสละ เป็นกำลังหลักในการเฝ้าระวังคัดกรองและดูแลผู้ป่วย

ซึ่งรัฐบาลเป็นห่วงความปลอดภัย ในการปฎิบัติหน้าที่ด้านสาธารณสุข จึงขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และ อสม.ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลก็ไม่ได้ประมาท ได้มีการเตรียมการวางแผนร่วมกันกับทั้งภาคเอกชน สังคม อย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำ สุขภาพ สำคัญที่สุด รองลงมาคือเรื่องเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่าเป็นที่น่าชื่นชมและขอบคุณ ที่บริษัท BTS ได้เข้ามาช่วยเหลือบุคคลกรสาธารณสุข

โดย มอบกรรมธรรม์ เงินช่วยเหลือเยียวยา และเหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางภาคเอกชนจะเข้ามาร่วมมือในการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจต่อไป

นายกฯยืนยันความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ประชาชน ถือเป็นพลังประชารัฐ ในการร่วมมือแก้วิกฤติขณะนี้ ซึ่งช่วงเวลาที่สำคัญ ที่ทุกคนต้องร่วมมือปฎิบัติตามนโยบายอย่างเข้มแข็ง แม้วันนี้สถานการณ์แพร่ระบาดในไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

แต่ยังคงไม่ประมาท มาตรการผ่อนปรนต่างๆที่จะออกมาต้องมีการประชุม โดยตนเองจะรับฟังข้อมูลด้านสาธารสุขเป็นหลัก เพื่อนำไปแก้ปัญหาอื่นที่เชื่อมโยงต่อไป

ยืนยันรัฐบาลเป็นห่วงประชาชน ที่ขาดรายได้ ในการประกอบอาชีพ และทำธุรกิจของเอกชน

แต่สิ่งสำคัญคือสุขภาพประชาชนที่จะเป็นตัวชี้วัด ว่าอะไรที่ทำได้ ทำไม่ได้ในอนาคต

แต่วันนี้ต้องขอความร่วมมือในการช่วยเหลือกัน โดยรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาหยุดการระบาดโดย ต้องนำข้อมูลมาสังเคราะห์ ใน ศบค. ว่าจะทำอย่างไรเพื่อการแก้ปัญหา ซึ่งตนเองได้ทำงานอย่างเต็มที่

นายกฯ ยังกล่าวด้วยว่า โรคโควิด ไม่ใช่เชื้อลดลงแล้วจะปลอดภัย เพราะสถานการณ์แพร่ระบาด ยังกระจายทั่วโลก สามารถแพร่เชื้อได้ตลอดเวลา จึงต้องควบคุมการการแพร่ระบากจากนอกต่างประเทศ หรือแม้แต่คนที่ไม่ยอมปฎิบัติตามมาตรการของรัฐ ในการเว้นระยะห่าง ทั้งเรื่องใส่หน้ากาก การชุมนุมในพื้นที่นอกการควบคุม ทำความผิด เป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่รัฐบาลได้คำนึงถึงสองเรื่องใหญ่ คือ สุขภาพของคนไทยเป็นหลัก และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลต้องพยายามใช้เงินอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เกิดปัญหาในภายหน้า

พร้อมกันนี้ นายกฯยังชี้แจงเรื่องส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังมหาเศรษฐีกับภาคเอกชนอีกครั้งว่า ต้องการสอบถามแนวทางการช่วยเหลือประชาชน พนักงาน ลูกจ้างในสังกัดอย่างไร เป็นการเชื่อมโยงในห่วงโซ่ และเสนอแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เพราะถูกจับตาจากหลายภาคส่วน

“ผมเองตั้งใจทำอย่างเต็มที่ มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา เมื่อท่านเจ็บ ท่านเหนื่อย ผมก็เหนื่อยด้วย

เมื่อมีปัญหาผมก็ต้องแก้ไขให้ได้ ทำทุกอย่างเพื่อประเทศ ให้เกิดความสามัคคี ไม่แตกแยก เดินหน้าประเทศไปด้วยกัน

โดยเฉพาะในช่วงเวลาอันยากลำบาก ดังนั้นเชื่อว่าจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจะทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน “

error: Content is protected !!