วันอาทิตย์, 27 กันยายน 2563

หน่วยSeal ทร. จบภารกิจ ถ้ำหลวง

21 มี.ค. 2019
55

 

หลังนำทีมสำรวจถ้ำหลวง ก่อน เก็บกู้ 337 ขวดอากาศ หรือถัง ออกซิเย่น เหลือ40ถัง ถูกทรายทับถม ปล่อยทิ้งไว้ ระดมทหาร-ปภ.ขนอุปกรณ์สื่อสาร รอบหน้า ปภ.ขน เครื่องสูบน้ำ

ทหารจาก มณฑลทหารบกที่ 37 ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กว่า100 นาย ช่วยกัน ขนอุปกรณ์สื่อสาร หลอดไฟฟ้า สายไฟฟ้า ถังอ๊อกซิเจน เชือก จากภายในถ้ำส่วนลึกที่สุดราว 2.30 กิโลเมตร ตั้งแต่ก่อนถึงหาดพัทยา สามแยก โถงที่ 1-3 ตามลำดับ

โดยพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่น้ำแห้งยกเว้นที่สามแยกที่ยังมีน้ำท่วมอยู่บางส่วนและพื้นที่ตอนในบริเวณหาดพัทยาหรือพัทยาบีชลึกประมาณ 2.150 เมตรหรือห่างจากสามแยกภายในถ้ำประมาณ 150 เมตรยังมีตะกอนทรายอุดตัน

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ หรือหน่วยชีล 18-20 มี.ค.

อุปกรณ์ที่คงค้างอยู่ภายในถ้ำหลวง อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) จากปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 13 คน ตั้งแต่กลางปี 2561 ที่ผ่านมา

อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ขนย้ายออกจากถ้ำในวันนี้เป็นของหน่วยชีลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเป็นถังอ๊อกซิเจน เชือก

โดยมี น.อ.สุริยัน สำราญใจ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยชีล นำทีมขนย้ายอุปกรณ์กลับหน่วยและถือเป็นการอำลาปฏิบัติการขนย้ายที่ถ้ำหลวง และอำลาอนุสาวรีย์ของนาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซมผู้เสียสละชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าถ้ำก่อนเดินทางกลับด้วย

กองอำนวยการฯจะเข้าเก็บกู้ อีกครั้ง 26-29 มี.ค.นี้จะเป็นหน่วยพลเรือนนำโดย ปภ.และกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นหลัก

โดยมีการมอบอุปกรณ์อินเตอร์คอมที่ใช้สื่อสารภายในถ้ำหลวงตลอดระยะเวลาปฏิบัติการที่ผ่านมาให้กับหน่วยชีลจำนวน 2 ชุดและมอบหลอดไฟส่องสว่างภายในถ้ำให้ด้วยจำนวน 40 ชุด เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมของกองทัพเรือด้วย

ในครั้งนี้ หน่วยชีลนำร่องเข้าไปเพราะเวลาเปลี่ยนไปสภาพภายในถ้ำก็ยังคงอันตราย โดยบางจุดสามารถเข้าไปได้ก็ทรายทับถม

ส่วนอุปกรณ์การสื่อสารซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนคือวิทยุสื่อสาร 3 ชนิดที่มีการใช้การเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์อินเตอร์คอม ทำให้สามารถเชื่อมความถี่ถึงกันได้ทุกอุปกรณ์และแต่ละหน่วยหมดส่งผลให้ตลอดระยะเวลาปฏิบัติการช่วยเหลือและการเก็บกู้อุปกรณ์ครั้งนี้สามารถสื่อสารตั้งแต่ภายนอกถ้ำไปจนถึงสามแยกภายในถ้ำได้

นอกจากนี้มีเสาอากาศชนิดสะท้อนเสียง 45 องศาที่มีความอ่อนตัวสามารถไปตามแนวโค้งในถ้ำได้

และหลอดไฟส่องสว่างด้วยถ่านไฟฉายขนาดเล็ก ซึ่งใช้ห้อยตามผนังถ้ำได้นาน 5 วัน ซึ่งใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมภายในถ้ำทำให้ไม่สามารถต่อสายไฟฟ้าปกติเข้าไปเพราะอาจเกิดอันตรายได้

โดยหลอดไฟเล็กใช้ห้อยโยงกันเป็นแถวทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานได้โดยไม่เกิดอันตราย

ที่เหลือเป็นถังอ๊อกซิเจน สายไฟ เชือกและอื่นๆ

ยังคงเหลือ อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ กว่า 10 เครื่องแต่ละเครื่องต้องใช้กำลังคนนับ 10 คน
และต้องใช้เจ้าของทรัพย์ที่เสียสละมอบให้ช่วยปฏิบัติการเข้าไปด้วยเพราะต้องใช้การเปิดและปิดที่เป็นเทคนิคเฉพาะ

อละเครื่องขนาดเล็กอีกนับไม่ถ้วน ท่อน้ำ สายไฟฟ้า

อีกภารกิจคือสำรวจพื้นที่ตอนในตั้งแต่พัทยาบีชที่เจ้าหน้าที่เดินหน้าต่อไปอีก 50-80 เมตรก็จะถึงเนินนมสาวที่เด็กๆ ทีมหมูป่าเคยติดอยู่

เพราะจากการเข้าไปครั้งนี้พบว่ามีเนินทรายทับถมอยู่ทำให้มีอุปกรณ์ เช่น ถังน้ำประมาณ 40 ถัง ฯลฯ ยังคงอยู่ข้างในซึ่งการสำรวจคงจะค่อยเป็นค่อยไปและเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

น.อ.สุรยัน กล่าวว่าสำหรับถังอ๊อกซิเจนที่คงค้างอยู่ภายในมีจำนวนเกือบ 400 ถัง ซึ่งในครั้งนี้สามารถนำเอาออกมาได้จำนวน 337 ถัง และยังคงค้างอยู่ภายในประมาณ 40 ถังเนื่องจากไม่สามารถนำออกมาได้เพราะถูกทรายทับถม

การขนอุปกรณ์ถ้ำเจ้าหน้าที่ระบุว่าที่คงค้างรอขนรอบ 2 เช่น ปั้มน้ำขนาดใหญ่ นน. 110 กิโล 6 ตัว,อีก 80 กิโล 5 ตัว และ50 กิโล อีกกว่า 20 ตัว

ส่วนสิ่งที่จะทิ้งเอาไว้ไม่ขนออกคือท่อเอชดีพีอี. หรือท่อน้ำสีเหลืองยาว ลึกจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 200 เมตร โดยจะปล่อยทิ้งไว้เป้นประวัติศาสตร์เพราะใช้สำหรับผันน้ำออกแต่จะสำรวจข้อมูลก่อนส่งมอบให้กรมอุทยานฯ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมภายในถ้ำ

-ศูนย์ประชาสัมพันธ์ จ.เชียงราย

error: Content is protected !!